มทส.โชว์ระบบตัดสัญญาณควบคุมโดรนสอดแนม ถูกกว่าท้องตลาด 10 เท่า คุณภาพคับแก้ว ส่งต่อ ทภ.2 เสริมภารกิจความมั่นคง
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ U-SPACE อาคารสุรพัฒน์ 1 เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( มทส.) รศ.ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) พร้อม รศ.ดร.ชาญชัย ทองโสภา หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการประยุกติใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และ ผศ.ดร.สำราญ สันทาลุนัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมแถลงเปิดตัวและสาธิต ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ “ระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกล”

โดยมี พันเอกสาธิต อุ่นกาย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 และคณะ เข้าร่วมรับชมการสาธิต ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ เพื่อนำไปใช้ป้องกันและรับมือกับโดรนที่ก่อภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยระบบจะปล่อยสัญญาณรบกวนกำลังสูง ทำให้โดรนที่เข้ามาในพื้นที่สูญเสียการนำทางและสัญญาณควบคุมระยะไกลถูกตัดขาด ส่งผลให้โดรนหยุดนิ่งหรือตกลง สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งการป้องกันพื้นที่เฉพาะจุดหรือการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน มีระยะการรบกวนได้ไกลกว่า 2-10 กิโลเมตร ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา มีแนวทางนำไปทดสอบและประยุกต์ใช้งานจริงในพื้นที่ชายแดน เสริมภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ

รศ.ดร.ชาญชัย กล่าวว่า ปัจจุบันอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน เข้ามามีบทบาทอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงการใช้โดรนเป็นเครื่องมือก่อภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความอ่อนไหวทางยุทธศาสตร์ การสอดแนม หรือแม้กระทั่งการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายและการก่อเหตุไม่สงบในหลายพื้นที่ ปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันและรับมือกับ UAV เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ปกป้องอธิปไตย และคุ้มครองพื้นที่สำคัญของประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว คณะนักวิจัยจึงได้ริเริ่มและประสบความสำเร็จในการสร้าง ต้นแบบระบบตัดสัญญาณควบคุม UAV สำหรับใช้งานจริงในภาคสนาม

รศ.ดร.ชาญชัย กล่าวว่า ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อสามารถตัดสัญญาณได้ทั้ง สัญญาณ GPS ความถี่ 1.575 GHz ที่โดรนใช้สำหรับการนำทาง และ สัญญาณควบคุมระยะไกลความถี่ 2.4/5.8 GHz ที่ใช้ในการสั่งการและส่งข้อมูลภาพระหว่างโดรนกับผู้ควบคุม ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความสามารถในการปล่อยสัญญาณ รบกวนกำลังสูง โดยทำงานร่วมกับสายอากาศเฉพาะทางทั้งแบบ รอบทิศทาง (Omni-directional) และแบบ เจาะจงทิศทาง (Parabolic Dish) ด้วยจานพาราโบลาและขยายระยะการรบกวนได้ไกลกว่า 2-10 กิโลเมตร

การออกแบบในลักษณะนี้ทำให้ระบบสามารถเลือกใช้งานได้ตามลักษณะพื้นที่และภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันพื้นที่เฉพาะจุดหรือการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน โดยผลการทดสอบภาคสนาม ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อโดรนเป้าหมายเข้าสู่พื้นที่รบกวน สัญญาณ GPS จะถูกรบกวนจนสูญเสียการนำทาง และสัญญาณควบคุมระยะไกลจะถูกตัดขาด ทำให้โดรนหยุดนิ่งหรือตกลง ไม่สามารถปฏิบัติการได้ตามที่ตั้งใจไว้ เป็นหลักฐานสำคัญว่าต้นแบบที่พัฒนาขึ้นนี้ สามารถนำไปใช้งานจริงได้ในภารกิจด้านความมั่นคง

“สำหรับราคาถูกกว่าตลาดถึง 10 เท่า ต้นทุนการผลิตไม่เกิน 300,000 บาท และใช้เวลาประมาณ 15 วัน ในการออกแบบและทดสอบในสนามจริง มีการทดลองกับโดรนที่สร้างเองและโดรนการเกษตร ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบต่อการควบคุมโดรนที่มีอยู่ในตลาดได้หลายรูปแบบ นอกจากศักยภาพทางเทคนิคแล้ว ระบบยังถูกออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกในภาคสนาม ตัวเครื่องต้นแบบมีการติดตั้งระบบวงจรที่รองรับการขับกำลังสูง ระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมระบบได้อย่างคล่องตัว ซึ่งระบบต้นแบบนี้จะถูกนำไปทดสอบและประยุกต์ใช้งานจริงในพื้นที่ชายแดน โดย กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเสริมภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศต่อไป”รศ.ดร.ชาญชัย กล่าว

รศ.ดร.ชาญชัย กล่าวว่า ความสำเร็จของ ต้นแบบระบบตัดสัญญาณควบคุม UAV ระยะไกล นับเป็นนวัตกรรมทางด้านวิศวกรรมศาสตร์โดยนักวิจัยไทย และเป็นก้าวสำคัญของการนำผลงานวิจัยไทยไปสู่การใช้งานจริงด้านความมั่นคงของประเทศ ตอบโจทย์ความต้องการของกองทัพ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า สร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยสามารถพัฒนาและต่อยอดงานวิจัยด้านความมั่นคงได้ด้วยกำลังของตนเอง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล


