พบ อัตราตายของลูกวาฬแรกเกิด สูงขึ้น นักวิจัยวาฬไทยเริ่มพบ แม่วาฬบรูด้าผอมผิดปกติมากขึ้น
วันที่ 16 กันยายน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีที่มีการเผยแพร่ ภาพแม่วาฬออก้าไม่ทิ้งลูกที่จากไป เธอพาร่างลูกน้อยที่เพิ่งตายไปด้วยหลายวัน โดยระบุว่า
เรื่องวาฬออก้าไม่ทิ้งร่างลูก เกิดมาตั้งแต่ปี 2018 เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลพบแม่วาฬ J35 พาร่างลูกไปด้วยถึง 17 วัน
หนนี้เกิดอีกครั้งเมื่อไม่กี่วันก่อน
เป็นแม่วาฬอีกตัว รหัส J36 พาร่างลูกวาฬที่เพิ่งเกิดแต่จากไป พยายามทั้งดันทั้งหนุนให้ลูกไปต่อ
ว่ายน้ำสิลูก หายใจสิลูกจ๋า…
น่าเสียดายที่ลูกเธอไม่มีทางรับรู้อะไรแล้ว เธอจากไปแล้ว
แม้จะพยายามขนาดไหน สุดท้ายแม่วาฬก็คงต้องปล่อยลูกวาฬให้จากไป
มันเป็นกฏของธรรมชาติ จริงหรือ ?
นักวิทยาศาสตร์พบว่าอัตราตายของลูกวาฬแรกเกิดหรือยังเด็กอยู่เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดก็พบว่า อาจสัมพ้นธุ์กับปริมาณปลาแซลมอนที่เป็นอาหารหลักของออก้าในพื้นที่นี้
แซลมอนเริ่มลดลงเรื่อย ทั้งที่มีการดูแลเรื่องการจับปลาให้สมดุล
บางท่านคาดว่าอาจเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของทะเลที่เกิดจากโลกร้อน
ที่ว่าสมดุลในยุคก่อน มันอาจเกินไปในยุคที่สิ่งแวดล้อมแปรปรวน
เราต้องหาสมดุลใหม่
สิ่งที่เกิดขึ้นในอเมริกา อาจเกิดในไทยเช่นกัน
เมื่อนักวิจัยวาฬไทยเริ่มพบว่า แม่วาฬบรูด้าผอมผิดปกติมากขึ้น
ลูกวาฬที่เกิดมาแม้ไม่ตาย แต่เริ่มมีอะไรแปลกๆ บางอย่าง
ยังรวมถึงแม่พาฝันที่ผอมจนตายจากไปเมื่อต้นปี
เพื่อนธรณ์ที่เห็นภาพนี้ คงสงสารเธอ แต่สงสารไม่พอ เพราะเราช่วยพวกเธอได้
ช่วยแม่ลูกออก้าช่วยแม่ลูกบรูด้าได้
ช่วยกันเรื่องโลกร้อน ช่วยซับน้ำตาให้แม่วาฬ
แม้มันจะยาก แต่อย่างน้อยดีกว่าแค่สงสาร
ช่วยกันครับ !

