ใครพลาดดูดาวเสาร์วันที่ใกล้โลกที่สุดไป ดูวันอื่นได้ หากโอกาสอำนวย ภาพที่เห็นแทบไม่แตกต่าง
วันที่ 22 กันยายน นายวิมุติ วสะหลาย ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการประชาสัมพันธ์กันอย่างกว้างขวางว่า เป็นวันที่ดาวเสาร์อยู่ใกล้โลกที่สุด นับเป็นโอกาสที่ดีในการสังเกตดาวเสาร์ เนื่องจากช่วงที่อยู่ใกล้ที่สุดก็หมายความว่าจะสว่างที่สุดด้วย โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่ดาวเสาร์เพิ่งเผยวงแหวนที่หลบซ่อนไปเสียหลายเดือน วงแหวนดาวเสาร์ช่วงนี้จึงบางเฉียบดูสวยงาม
นายวิมุติ กล่าวว่า แต่โชคร้าย ที่วันที่ดาวเสาร์ใกล้ที่สุดรอบนี้ มาเกิดเอาช่วงที่เป็นฤดูฝนของไทยแถมมีพายุเข้าในหลายพื้นที่ หลายคนที่ออกมามองหาดูดาวเสาร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน บางคนถึงขั้นบ่นท้อแท้ตัดพ้อโชคชะตา ดาวเสาร์ใกล้โลกทั้งทีดันเจอเมฆเจอฝน แล้วโอกาสดี ๆ อย่างนี้ไม่รู้จะมีอีกเมื่อไหร่?
“ก็วันนี้ไง ถ้าวันนี้ไม่เห็นก็ลองอีกทีพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ไม่เห็นก็ลองอีกทีมะรืนนี้ อาทิตย์หน้าก็ได้ เดือนหน้าก็ยังไหว”นายวิมุติ กล่าว
ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า หลายคนมักเข้าใจผิดว่า เมื่อบอกว่าดาวเคราะห์เข้าใกล้โลกที่สุดวันไหนก็มองเห็นได้แค่วันนั้น วันอื่นมองไม่เห็น หรืออาจจะจางไปมาก ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น ตำแหน่งดาวเคราะห์ในแต่ละวันต่างไปไม่มาก ทำให้ภาพที่ปรากฏของดาวเคราะห์ในช่วงที่ใกล้เคียงกันแทบไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะดาวเคราะห์วงนอกอย่างดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์
วันนี้ 22 กันยายน พ้นวันที่ใกล้ที่สุดมาหนึ่งวัน ดาวเสาร์อยู่ห่างจากโลกมากกว่าเมื่อวานประมาณ 40,000 กิโลเมตร ตัวเลขนี้ดูเหมือนมาก แต่เมื่อเทียบกับระยะห่างระหว่างโลกกับดาวเสาร์ในช่วงที่ใกล้ที่สุดซึ่งไกลถึง 1,270 ล้านกิโลเมตรแล้ว เป็นความเปลี่ยนแปลงที่น้อยนิด ระยะห่างที่มากขึ้นเพียงเท่านี้ ทำให้ขนาดปรากฏของดาวเสาร์เล็กลงประมาณ 0.001 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนความสว่างก็แทบไม่ต่างไปจากเมื่อวาน
แล้วถ้าเป็นหลังจากวันที่ใกล้ที่สุดไปสักสัปดาห์ล่ะ ก็ยังมีขนาดประมาณ 99.9 เปอร์เซ็นต์ของขนาดช่วงที่ใกล้ที่สุด หรือเล็กลงแค่ 0.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนความสว่างก็ลดลงไปเล็กน้อย ไม่ถึงสามเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ใช้เครื่องมือวัดก็สังเกตความแตกต่างไม่ได้แน่นอน
ถ้าช่วงนี้ไม่ว่างเลย กว่าจะได้ดูดาวเสาร์ก็ล่วงไปถึงเดือนหน้าล่ะ จะต่างจากดูในวันที่ใกล้ที่สุดแค่ไหน? ก็มีขนาดเล็กลงไปประมาณ 1.5 เปอร์เซ็นต์ ความสว่างก็ลดลงไป 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยคนนักจะสังเกตความแตกต่างได้
ดังนั้น แม้ใครจะพลาดดูดาวเสาร์ในวันที่ใกล้ที่สุดไป แต่ก็ดูวันอื่นที่ใกล้เคียงได้หากโอกาสอำนวย ซึ่งภาพที่เห็นแทบไม่แตกต่างไปจากช่วงที่ใกล้ที่สุดเลย
พร้อมล้างตาหรือยัง?

