หน้าแรก ในประเทศ วิทยาการ พบไมโครพลาสติ...

พบไมโครพลาสติกใน อวัยวะเพศชาย อาจส่งผลนกเขาไม่ขัน-เป็นมะเร็งได้

7.10.25 | 09:58 น.

พบไมโครพลาสติกใน อวัยวะเพศชาย อาจส่งผลนกเขาไม่ขัน-เป็นมะเร็งได้

วันที่ 7 ตุลาคม เฟซบุ๊ก ฟิตร่างสร้างสุขภาพกับหมอฆนัท โดย นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และนายกสมาคม สมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ โพสต์เฟซบุ๊ก  ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และนายกสมาคม สมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ โดยมีเนื้อหาต่อไปนี้

มีผลการศึกษาที่น่าตกใจจากฝั่งสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการพบไมโครพลาสติกใน “อวัยวะเพศชาย” มาเล่าให้ได้อ่านกันครับ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไมอามี สหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาที่สร้างความตกตะลึงในวารสาร International Journal of Impotence Research ว่า ตรวจพบไมโครพลาสติกภายในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศชายของมนุษย์ จากการเก็บตัวอย่างจากผู้ชาย 6 ราย ก่อนผ่าตัดฝังอุปกรณ์ช่วยการแข็งตัว

ทีมนักวิจัยได้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากชายผู้ใหญ่ 6 คนที่เตรียมเข้ารับการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ช่วยการแข็งตัว (penile implant) โดยใช้ภาชนะและเครื่องมือที่ทำจาก แก้วและโลหะทั้งหมด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของพลาสติก

Advertisement

จากนั้นจึงใช้เทคนิคเลเซอร์อินฟราเรดสแกน (Laser Direct Infrared Imaging) เพื่อตรวจหาชิ้นส่วนไมโครพลาสติกขนาด 20–500 ไมโครเมตร ซึ่งมีความกว้างใกล้เคียงกับเส้นผมมนุษย์ แล้วนำไปเทียบกับฐานข้อมูล ลายนิ้วมือของพลาสติก เพื่อระบุชนิดอย่างแม่นยำ

ผลปรากฏว่า ในผู้เข้าร่วม 5 ราย พบว่า 4 รายมีไมโครพลาสติกอยู่ในเนื้อเยื่อจริง โดยตรวจพบพลาสติกทั้งหมด 7 ชนิด ชนิดที่พบมากที่สุดคือ PET (Polyethylene Terephthalate) พลาสติกที่ใช้ในขวดน้ำอัดลมและบรรจุภัณฑ์อาหาร Polypropylene พลาสติกที่นิยมใช้ในกล่องใส่อาหาร สองชนิดนี้รวมกันคิดเป็นกว่า 82% ของไมโครพลาสติกทั้งหมดที่ตรวจพบ

ส่วนชิ้นตัวอย่างสุดท้ายที่เก็บในภาชนะพลาสติก ก็พบไมโครพลาสติกเช่นกัน โดยเฉพาะ PMMA (พลาสติกใสชนิดแข็งแรง มักใช้แทนกระจก) ซึ่งย้ำให้เห็นว่า แม้แต่ในขั้นตอนการเก็บรักษา ก็อาจเกิดการปนเปื้อนได้ง่ายมาก

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยพบไมโครพลาสติกในอวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่น ตับ, สมอง, และแม้แต่ใน คราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจ แต่การค้นพบในอวัยวะเพศชาย ถือเป็นหนึ่งในกรณีที่แปลกใหม่และน่าตกใจที่สุด

ในปี 2025 งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งตรวจสอบ เนื้อเยื่อมะเร็งอวัยวะเพศชายจากผู้ป่วย 17 ราย และพบว่า 85.3% ของตัวอย่างมีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ โดยพบทั้งหมด 9 ชนิด

พลาสติกที่ตรวจพบบ่อยที่สุด ได้แก่ โพลีเอทิลีน (Polyethylene) โพลีโพรพิลีน (Polypropylene) โพลีไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl chloride – PVC) โดยนักวิจัยระบุด้วยว่า ปริมาณและความหลากหลายของไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งสูงกว่าในเนื้อเยื่อปกติอย่างมีนัยสำคัญ

ผลการศึกษาชี้ว่า มนุษย์ ได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะทางอาหารและเครื่องดื่ม เช่น อาหารทะเล เกลือ เครื่องดื่มอย่างเบียร์และชา

ทั้งสองงานวิจัยยังไม่ได้สรุปแน่ชัดว่าไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และ มะเร็ง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเริ่มส่งสัญญาณน่ากังวลมากขึ้น

รายงานของ Food & Wine เดือนกรกฎาคม พบว่า นาโนพลาสติกชนิดโพลีสไตรีน (Polystyrene Nanoplastics) อาจทำให้ ตับของหนูทดลองเกิดความเสียหาย

ส่วนงานวิจัยในเดือนกันยายนพบว่า ไมโครพลาสติกชนิดโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (Low-density Polyethylene) สามารถทำลายแนวกั้นเลือด–สมอง (Blood-brain Barrier) ลดการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และอาจทำลายโปรตีนที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และความจำ

นักวิจัยสรุปไว้ในรายงานว่า การเปิดเผยหลักฐานการมีอยู่ของไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่อมนุษย์ ช่วยเพิ่มมิติสำคัญให้กับการถกเถียงเรื่องผลกระทบของมลพิษสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในด้านสุขภาพทางเพศของผู้ชาย

นักวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่า หากต้องการลดการรับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย นักวิจัยแนะนำให้ทำตามแนวทางเดียวกับในห้องทดลอง เช่น ใช้ภาชนะและเครื่องมือที่ทำจากแก้วหรือสแตนเลสแทนพลาสติก หลีกเลี่ยงการเก็บอาหารร้อนในกล่องพลาสติก และเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ในครัวบางอย่างให้ปลอดภัยจากการปนเปื้อนมากขึ้น