หน้าแรก ในประเทศ วิทยาการ นักดาราศาสตร์...

นักดาราศาสตร์เฉลย ตุลา มีดาวหางมาเยือนพร้อมกัน 2 ดวง โลกจะได้รับผลกระทบจาก ไซยาไนด์หรือไม่

11.10.25 | 18:43 น.

นักดาราศาสตร์เฉลย ตุลา นี้มีดาวหางมาเยือน พร้อมกัน 2 ดวง โลกจะได้รับผลกระทบจากไซยาไนด์หรือไม่

ช่วงนี้วงการดาราศาสตร์กำลังตื่นเต้นกับการมาเยือนของดาวหาง ซึ่งดูเหมือนว่าปีสองปีนี้จะมีดาวหางชุกเป็นพิเศษ แค่เดือนตุลาคมนี้เดือนเดียวก็มีโอกาสเห็นได้ถึงสองดวง ได้แก่ดาวหางสวอน (C/2025 R2) และดาวหางเลมมอน (C/2025 A6) แล้วก็ยังมีดาวหางแพนสตาร์ส (C/2025 R3) ที่กำลังจ่อจะมาอวดโฉมต่อในต้นปีหน้าอีก ใครเข้าเฟซบุ๊กช่วงนี้น่าจะเห็นคนถ่ายรูปดาวหางมาอวดกันบ้างแล้ว

หลายคนอาจสังเกตว่า ดาวหางส่วนใหญ่มีหัวสีเขียว เขียวน้อยบ้าง เขียวมากบ้าง เคยสงสัยกันบ้างไหม ว่าทำไมมันจึงเขียว?

มติชนออนไลน์ สอบถามไปยัง นายวิมุติ วสะหลาย กรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทยที่อธิบายว่า “เวลานักดาราศาสตร์เขาบอกว่า วัตถุบนท้องฟ้าดวงนั้นดวงนี้ประกอบด้วยสารอะไร แก๊สอะไร เขาไม่ได้ไปวัดหรือไปเก็บตัวอย่างตรง ๆ แต่เขาศึกษาผ่านสิ่งที่เรียกว่า สเปกตรัม

“สเปกตรัม คือองค์ประกอบของแสงในย่านความยาวคลื่นต่าง ๆ สสารแต่ละชนิดมีสเปกตรัมเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน เมื่อมีวัตถุสว่างบนท้องฟ้า นักดาราศาสตร์เอากล้องโทรทรรศน์ส่องแล้วให้แสงผ่านเข้าไปในเครื่องแยกสเปกตรัม เรียกว่าสเปกโทรสโกปเพื่อแยกแสงจากวัตถุนั้นออกเป็นสเปกตรัม แล้วปรียบเทียบสเปกตรัมที่ได้กับสเปกตรัมของสสารต่าง ๆ ที่เคยบันทึกเอาไว้ในห้องทดลอง หากสเปกตรัมที่วัดได้ตรงกับของสสารชนิดใด ก็แสดงว่าวัตถุนั้นมีสสารชนิดนั้นอยู่”นายวิมุติ กล่าว

Advertisement

กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า สำหรับดาวหาง นักดาราศาสตร์พบว่าสีเขียวนั้นเกิดจากคาร์บอนอะตอมคู่ ซึ่งเป็นคาร์บอนที่โมเลกุลหนึ่งมีคาร์บอนสองอะตอม ปกติบนโลกไม่ค่อยพบ แต่พบบ่อยบนดาวหางและบรรยากาศของดาวฤกษ์ เมื่อคาร์บอนอะตอมคู่ในสุญญากาศถูกรังสีอัลตราไวโอเลตในจากดวงอาทิตย์จะเปล่งรังสีอินฟราเรดและในย่านแสงที่ตามองเห็นที่ความยาวคลื่น 518 นาโนเมตร ซึ่งมีสีเขียว

“ดาวตกก็มีสีเขียว เกิดจากคาร์บอนเหมือนกันหรือไม่?”

นายวิมุติ กล่าวว่า ไม่ใช่ ถึงดาวตกจะมีสีเขียว แต่สเปกตรัมต่างกันกับสีเขียวของดาวหาง สีเขียวที่เรามักเห็นในดาวตกส่วนใหญ่เกิดจากออกซิเจนในบรรยากาศที่เรืองแสงจากการพุ่งปะทะของสะเก็ดดาว สีเขียวที่พบในแสงเหนือก็เกิดจากออกซิเจนเหมือนกันเพราะมีสเปกตรัมแบบเดียวกัน”

เมื่อถามต่อถึงประเด็นน่าเป็นห่วงว่าดาวหางมากันถี่ ๆ อย่างนี้ เป็นอันตรายต่อโลกหรือไม่ เพราะเคยได้ยินว่าดาวหางมีไซยาไนด์อยู่

นายวิมุติ กล่าวว่า เรื่องนี้ มีความเข้าใจผิดกันมาก  ที่ว่าดาวหางมีไซยาไนด์ก็ไม่เชิง สิ่งที่เขาพบในดาวหางคือ ไซยาโนเจน ซึ่งสัมพันธ์กับไซยาไนด์ เป็นพิษร้ายแรงเหมือนกัน แต่อย่างสสารที่หลุดออกมาจากดาวหางมีความหนาแน่นต่ำมาก ต่อให้โลกฝ่าเข้าไปในหางของดางหางก็ไม่ได้รับอันตรายจากสารพวกนี้ ดังนั้นสบายใจได้เรื่องสารพิษจากดาวหาง

“อีกประเด็นนึงคือบางแหล่งบอกว่าไซยาโนเจนในดาวหางคือตัวที่ทำให้ดาวหางมีสีเขียว ซึ่งไม่จริง ไซยาโนเจนในหัวดาวหางมีสเปกตรัมอยู่ในย่านสีม่วงหรืออัลตราไวโอเลต ไม่ใช่สีเขียว สีเขียวในดาวหางมาจากคาร์บอนอะตอมคู่” นายวิมุติกล่าว