หน้าแรก ในประเทศ วิทยาการ ปรมาณูเพื่อสั...

ปรมาณูเพื่อสันติร่วมมือ IAEA 10 โครงการ ยกระดับสู่ความเป็นเลิศนิวเคลียร์ แห่งแรกในอาเซียน

17.11.25 | 21:42 น.

ปรมาณูเพื่อสันติร่วมมือ IAEA 10 โครงการ ยกระดับ ไทยศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์นิวเคลียร์ แห่งแรกในอาเซียน

วันที่ 17 พฤศจิกายน นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาการเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ตามนโยบายนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติเพื่อยกระดับและเสริมความมั่นคงยั่งยืนของประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงปลอดภัยและคุณภาพชีวิตประชาชน และให้เร่งดำเนินโครงการให้สำเร็จเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด (Quick Win)

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวว่า ในวันนี้ตนและคณะผู้บริหารได้ให้การต้อนรับและหารือกับ Ms. Anna Pia PAPACCIOLI ในฐานะผู้จัดการโครงการ (Programme Management Officer, PMO) จาก องค์กรพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA) ในการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือทางวิชาการ (Technical Cooperation: TC) กว่า 10 โครงการสำคัญ ซึ่งครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาด การแพทย์สมัยใหม่ การรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร สิ่งแวดล้อม และการจัดการกากกัมมันตรังสี

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวว่า ภายใต้โครงการความร่วมมือดังกล่าว ประเทศไทยได้รับการผลักดันให้ยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในหลายมิติ โดยเฉพาะในประเด็นที่สอดคล้องกับ Quick Win ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการใช้พลังงานสะอาดและการแพทย์สมัยใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่

Advertisement

• Quick Win 1 พลังงานนิวเคลียร์สะอาด ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจาก IAEA ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยและกรอบการกำกับดูแลระดับชาติเพื่อรองรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (Small Modular Reactor; SMR) ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ Atoms4NetZero ของ IAEA ที่สนับสนุนประเทศสมาชิกในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

• Quick Win 2 ยกระดับไทยเป็น “ศูนย์ความเป็นเลิศเวชศาสตร์นิวเคลียร์” แห่งแรกในอาเซียน ผลักดันให้เกิดผลสำเร็จด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญด้านสาธารณสุข เมื่อคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรองให้เป็น “ศูนย์ความร่วมมือด้านวิชาการ (Anchor Centre)” ภายใต้โครงการ Rays of Hope ของ IAEA แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เพิ่มขีดความสามารถทางด้านรังสีวินิจฉัย รังสีรักษา เวชศาสตร์นิวเคลียร์ และฟิสิกส์การแพทย์ในระดับของประเทศ และช่วยเพิ่มโอกาสประชาชนไทยในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย และลดความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นที่นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์และรังสีมาใช้ในการแก้ปัญหาสำคัญของชาติอย่างเห็นผล ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร การประเมินผลกระทบของมลพิษจากพลาสติกต่อระบบนิเวศทางทะเลและสุขภาพของมนุษย์ และเพิ่มศักยภาพความปลอดภัยในการปฏิบัติการของเครื่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย เป็นต้น

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวว่า ความร่วมมือไทย – IAEA ผ่านกว่า 10 โครงการระดับชาติ ไม่เพียงตอบสนองเป้าหมายเชิงนโยบายของกระทรวง อว. เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานด้านพลังงาน ความปลอดภัยอาหาร สิ่งแวดล้อม และการแพทย์ ที่จะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาประเทศในระยะยาวต่อไป