หน้าแรก ในประเทศ วิทยาการ จิสด้าใช้ภาพถ...

จิสด้าใช้ภาพถ่ายดาวเทียมประเมินเชิงพื้นที่ พบ หาดใหญ่ต้องใช้วงเงินฟื้นฟู อาคาร บ้านเรือน กว่า 1,200 ล้าน

5.12.25 | 14:37 น.

จิสด้าใช้ภาพถ่ายดาวเทียมประเมินเชิงพื้นที่ พบ หาดใหญ่ต้องใช้ วงเงินฟื้นฟู อาคาร บ้านเรือน กว่า 1,200 ล้าน

วันที่ 5 ธันวาคม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ GISTDA วิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมเทศบาลนครหาดใหญ่ พบอาคารได้รับผลกระทบกว่าแสนหลัง วงเงินฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนเบื้องต้นอาจสูงถึงกว่า 1,200 ล้านบาท

โดย จิสด้า ระบุว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทีมวิเคราะห์เชิงพื้นที่ของ จิสด้า ได้ติดตามและประมวลผลข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมร่วมกับแบบจำลองระดับน้ำสามมิติ (3D) เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ผลวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่จำนวนมากมีระดับน้ำสูงตั้งแต่ 1 เมตรไปจนถึงกว่า 4 เมตร โดยเฉพาะบริเวณลุ่มต่ำและพื้นที่ชุมชนหนาแน่นซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โดยข้อมูลที่ประมวลจากระบบภูมิสารสนเทศ พบว่า อาคารบ้านเรือนในเทศบาลนครหาดใหญ่มีจำนวนกว่า 102,520 หลัง ในจำนวนนี้ มี 7,693 หลังที่ถูกน้ำท่วมทั้งหลัง และ 59,845 หลังที่ท่วมบางส่วน ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพรวมของผลกระทบที่กระจายเป็นวงกว้างทั่วทั้งเมือง

Advertisement

ความเสียหายต่อบ้านเรือน: ข้อมูลที่สะท้อนความจริงจากพื้นที่
ประเมินค่าเสียหาย: ซ่อมบ้านหนึ่งหลังต้องใช้งบเท่าไหร่?

จิสด้า ใช้ข้อมูลเชิงวิศวกรรมและเศรษฐกิจในการประเมินต้นทุนความเสียหายจริงของอาคารและทรัพย์สินภายในบ้าน โดยพิจารณาความเสียหายตามระดับความลึกของน้ำท่วม: เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ในระดับน้ำ (เช่น ทีวี ตู้เย็น) อาจเสียหายสูงถึง 6,990 – 18,000 บาท สำหรับเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆในบ้าน ห้องน้ำ และห้องครัว อาจมีค่าเสียหายอยู่ที่ระหว่าง 6,000 – 9,900 บาท

นอกจากนี้ ยังมีค่าซ่อมแซมโครงสร้าง เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา พื้น–ผนัง รวมถึงส่วนประกอบโครงสร้างอื่น ๆ อยู่ที่ประมาณ 3,000 – 10,000 บาทขึ้นไป

ค่าใช้จ่ายฟื้นฟูโดยเฉลี่ยต่อครัวเรือน: การคำนวณตามน้ำหนักความเสียหายตามระดับความลึกและประเภทอาคาร พบว่า ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมต่อครัวเรือนโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 15,000 – 35,000 บาทต่อหลัง โดยพื้นที่ที่น้ำท่วมลึกเกิน 3 เมตรจะมีความเสียหายต่อโครงสร้างและระบบไฟฟ้าสูงที่สุด

ฟื้นฟูบ้านเรือนในเทศบาลนครหาดใหญ่อาจต้องใช้งบเพิ่มกว่า 1,200 ล้านบาท จากการประเมินต้นทุนการซ่อมแซมที่แท้จริง หากคำนวณจากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบมากกว่าแสนหลัง พบว่าอาจต้องมีงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนสามารถซ่อมบ้านและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มาจากการคาดเดา แต่เป็นผลลัพธ์จากข้อมูลเชิงพื้นที่ ข้อมูลระดับน้ำจริง และแบบจำลองที่ประมวลผลอย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์

ข้อมูลภูมิสารสนเทศช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้น เพราะข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยี GIS ทำให้ มองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น ทั้งระดับน้ำ ความหนาแน่นอาคาร รวมถึงพื้นที่ที่ควรเร่งเข้าฟื้นฟูก่อน ช่วยให้การวางแผนใช้งบประมาณเป็นไปอย่างตรงจุด โปร่งใส และตรวจสอบได้