หน้าแรก ในประเทศ วิทยาการ นาซาปรับแผนให...

นาซาปรับแผนใหญ่! เร่งส่งมนุษย์เหยียบดวงจันทร์ปี 2028 พับแผนลูนาร์ เกทเวย์ ชั่วคราว สร้างฐานถาวรและเปิดตัวยานนิวเคลียร์มุ่งสู่ดาวอังคาร

25.03.26 | 12:22 น.

นาซาปรับแผนใหญ่! เร่งส่งมนุษย์เหยียบดวงจันทร์ปี 2028 พับแผนลูนาร์ เกทเวย์ สร้างฐานถาวรและเปิดตัวยานนิวเคลียร์มุ่งสู่ดาวอังคาร

วงการอวกาศโลกจับตามองอีกครั้ง เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา(นาซา) ประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางใหม่ของโครงการสำรวจดวงจันทร์ “อาร์เทมิส” (Artemis) ภายในงาน Ignition Event 2026 โดยมุ่งเน้นการลดความซับซ้อนของระบบราชการ และเร่งผลักดันให้นักบินอวกาศกลับไปเหยียบดวงจันทร์ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

จาเร็ด ไอแซคแมน ผู้อำนวยการนาซาได้ขึ้นแถลงนโยบายหลักที่เน้นความรวดเร็วและผลลัพธ์ โดยตั้งเป้าเชิงรุกที่จะส่งมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์ให้สำเร็จภายในปี ค.ศ. 2028 ซึ่งปรับเปลี่ยนไทม์ไลน์ภารกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่
– Artemis III (ค.ศ. 2027) จะโฟกัสไปที่การทดสอบระบบยานและอุปกรณ์ขั้นสูงสุดในวงโคจรรอบดวงจันทร์ (On-orbit testing) โดยยังไม่มีการลงจอด
– Artemis IV (ค.ศ. 2028) จะเป็นภารกิจประวัติศาสตร์ที่นำนักบินอวกาศลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์อย่างเป็นทางการ

เดินหน้าสร้างฐานบนดวงจันทร์ ชะลอสถานี Gateway หลังจากภารกิจลงจอดสำเร็จ นาซามีแผนส่งนักบินอวกาศไปปฏิบัติงานทุกๆ 6 เดือน เพื่อลุยโครงการสร้างฐานบนดวงจันทร์ (Moon Base) อย่างเต็มรูปแบบ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่การทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ (RTG) ตามด้วยการทดสอบรถสำรวจแบบปรับความดันที่พัฒนาร่วมกับ JAXA ประเทศญี่ปุ่น และการติดตั้งโมดูลที่พักอาศัย (Habitat) จาก ASI ประเทศอิตาลี

ทั้งนี้ การเร่งสร้างฐานบนพื้นผิวดวงจันทร์ ทำให้นาซาตัดสินใจประกาศเลื่อนโครงการก่อสร้างสถานีอวกาศรอบดวงจันทร์ (Lunar Gateway) ออกไปก่อน จนกว่าการติดตั้งฐานบนผิวดวงจันทร์จะแล้วเสร็จสมบูรณ์

เปิดตัวยานพลังงานนิวเคลียร์สู่ดาวอังคาร อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาในงาน คือการประกาศโปรเจกต์ Space Reactor-1 Freedom (SR-1 Freedom) ซึ่งเป็นการพัฒนายานอวกาศขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยีพลิกโฉมวงการที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเดินทางไปสำรวจดาวอังคาร (Mars) ในอนาคต พร้อมกันนี้นาซายังประกาศเปิดรับภาคเอกชนและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ มากขึ้น ทั้งในวงโคจรต่ำของโลก (LEO) และโครงการสำรวจห้วงอวกาศลึก

Advertisement

โอกาสของไทยในอุตสาหกรรมอวกาศโลก ภายในงานนี้ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA และทีมงานจากประเทศไทย ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยทาง GISTDA ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงทิศทางของนาซา ถือเป็นยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศ ซึ่งทางหน่วยงานพร้อมเดินหน้าผลักดันและวิเคราะห์โอกาส เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของโครงการอวกาศระดับโลกอย่างอาร์เทมิสต่อไป