RUN จับมือ 8 มหาวิทยาลัยวิจัย เดินหน้าศึกษาโมเดล KTP Thailand

30.07.26 | 20:20 น.

RUN จับมือ 8 มหาวิทยาลัยวิจัย เดินหน้าศึกษาโมเดล KTP Thailand เร่งสร้างกลไกเชื่อมโยงความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชน

RUN ร่วมกับ 8 มหาวิทยาลัยวิจัย จับมือ KTP UK, Innovate UK และสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย จัดเวิร์คช็อปศึกษาโมเดล KTP ต้นแบบความสำเร็จจากสหราชอาณาจักรที่ดำเนินการมากว่า 50 ปี สนับสนุนมาแล้วกว่า 14,000 โครงการ ช่วยเชื่อมโยงความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม คาดขับเคลื่อนโครงการนำร่อง KTP Thailand ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) กล่าวว่า RUN และพันธมิตรจาก 8 มหาวิทยาลัย ร่วมกับ KTP UK, Innovate UK และสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป RUN-KTP Training the trainer for KTP Thailand ขึ้นเมื่อวันที่ 19 – 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ บทบาท และรูปแบบการดำเนินงานของ Knowledge Transfer Partnerships (KTP) โครงการสร้างระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จมานานกว่า 50 ปี โดยมีต้นแบบจากสหราชอาณาจักร ซึ่งประเทศไทยสามารถนำรูปแบบการดำเนินงานของ KTP มาปรับปรุงแนวทางให้เข้ากับมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทย เพื่อสร้างกลไกในการเชื่อมโยงความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชน และช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งนี้ในกิจกรรมดังกล่าวยังได้เตรียมการดำเนินโครงการนำร่องระหว่างมหาวิทยาลัยในเครือข่าย RUN ทั้ง 8 แห่ง และร่วมกันกำหนดทิศทางและขั้นตอนการนำ KTP ไปปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เบื้องต้นมหาวิทยาลัยในเครือข่าย RUN ทั้ง 8 แห่ง มีทิศทางความร่วมมือในการนำโมเดล KTP มาขับเคลื่อนโครงการนำร่องเพื่อจัดตั้ง KTP Thailand ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยเริ่มจาก 3 กลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ เกษตรและอาหารมูลค่าสูง สุขภาพและการแพทย์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านความร่วมมือกับสภาหอการค้าไทยในการดึงภาคเอกชนเข้าร่วม และเป็นโอกาสอันดีที่โครงการนี้มีสิทธิได้รับประโยชน์จากมาตรการ Talent Mobility ของกระทรวง อว. ที่เปิดทางให้อาจารย์และนักวิจัยสามารถลงไปปฏิบัติงานในภาคเอกชนอีกด้วย”

สำหรับโครงการ Knowledge Transfer Partnership ของสหราชอาณาจักร หรือ KTP UK ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2518 ภายใต้การสนับสนุนของ Innovate UK หน่วยงานด้านนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร โดย KTP ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชน ผ่านบุคลากรเฉพาะทางที่เรียกว่า KTP Associate ที่จะมาทำงานเต็มเวลาในบริษัทเป็นเวลา 1-3 ปี ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ระหว่างโลกแห่งการวิจัยและภาคอุตสาหกรรม นำความเชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยไปแก้ปัญหาความท้าทายทางธุรกิจ ผ่านการทำงาน 3 ประสาน ซึ่งหัวใจสำคัญของ KTP คือ มหาวิทยาลัย ที่มีองค์ความรู้ทางวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการที่มีโจทย์ปัญหาหรือต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และบัณฑิตจบใหม่ หรือ KTP Associate ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม โดยลงไปทำงานในภาคธุรกิจจริง ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งถือเป็นการสร้างเส้นทางอาชีพที่แข็งแกร่งให้กับบัณฑิตด้วย การขับเคลื่อนกลไก KTP ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอันดีจากสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ในการประสานนำวิทยากรมาถ่ายทอดองค์ความรู้ เป็นการสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ทางการทูตอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศอังกฤษที่มาถึง 170 ปี

ศาสตราจารย์ ดร.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ ที่ปรึกษาเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) กล่าวว่า โครงการ KTP เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยไปสู่ภาคเอกชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม KTP มีความแตกต่างจากโครงการให้ทุนวิจัยทั่วไป โดยเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนนักศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก รวมถึงนักวิจัยหลังปริญญาเอก ให้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติงานจริงร่วมกับบริษัทในภาคเอกชน ในฐานะ KTP Associate ตัวเชื่อมโยงที่ดีในการสื่อสารระหว่างบริษัทและมหาวิทยาลัย โดยพวกเขามีความสามารถในการอธิบายเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนให้กลายเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ภาคธุรกิจมองเห็นภาพการนำไปใช้ที่ชัดเจน การส่งนักวิจัยเข้าไปฝังตัวในภาคเอกชนยังช่วยให้มหาวิทยาลัยได้รับข้อมูลย้อนกลับที่สำคัญเกี่ยวกับความต้องการที่แท้จริงของภาคธุรกิจและสังคม ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถปรับทิศทางของงานวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเชิงพาณิชย์และสังคมต่อไป

Advertisement

ด้าน Mr. John Clayton Knowledge Transfer Adviser หรือ KTA จาก Innovate UK ผู้เชี่ยวชาญการถ่ายทอดกลไก KTP กล่าวว่า ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ KTP ตลอด 5 ทศวรรษ เกิดจากการได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณและนโยบายจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรผ่าน Innovate UK ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านนวัตกรรมของประเทศ กว่า 50 ปีที่ผ่านมา Innovate UK ได้ให้การสนับสนุนไปแล้วกว่า 14,000 โครงการ และโดยในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2553 – พ.ศ.2563 Innovate UK ได้ให้การสนับสนุนทุน 200 ล้านปอนด์ใน 2,000 โครงการ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรได้มากกว่า 2,300 ล้านปอนด์ โดย KTP ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ธุรกิจ SME เท่านั้น แต่ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ด้วย เพราะเป็นโมเดลที่ส่งผลดีต่อทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนที่ได้นวัตกรรม มหาวิทยาลัยที่ได้ประสบการณ์การทำงานร่วมกับธุรกิจ และบัณฑิตที่ได้พัฒนาทักษะระดับมืออาชีพ

“สำหรับในประเทศไทย ขณะนี้กำลังมีการดำเนินโครงการนำร่อง ภายใต้ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ RUN โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับไปสู่โครงการระดับชาติ เพื่อผลักดันให้มหาวิทยาลัยไทยและภาคธุรกิจร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย ทั้งนี้ โมเดล KTP ได้รับการยอมรับและนำไปปรับใช้แล้วในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สวีเดน กาตาร์ และกลุ่มประเทศในแอฟริกา เช่น กานา เคนยา แอฟริกาใต้ และไนจีเรีย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นกลไกสากลที่มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน”

ขณะที่ Miss Jo Griffiths Head of Funding Support and Knowledge Transfer Partnerships, Research & Enterprise Service จากมหาวิทยาลัยลีดส์ แบ็คเก็ตต์ กล่าวว่า บทบาทของสำนักงาน KTP ในมหาวิทยาลัยลีดส์ แบ็คเก็ตต์ คือ การเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ขั้นตอนการขอรับทุนสนับสนุนไปจนถึงการส่งมอบโครงการ โดยเป้าหมายหลักคือการช่วยให้ภาคธุรกิจและนักวิชาการสามารถสร้างโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจากสถิติพบว่าโครงการเหล่านี้สามารถสร้างมูลค่าและผลประโยชน์กลับคืนสู่ภาคธุรกิจได้สูงถึง 4-5 เท่าของเงินลงทุนในระยะยาว หน้าที่ของ KTP คือ การสนับสนุนให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถดำเนินโครงการได้ตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเหล่านักวิจัย อาจารย์ที่ปรึกษา รวมถึงภาคธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายจะสามารถร่วมงานกันได้ และผลักดันงานวิจัยไปใช้ประโยชน์