ในอุตสาหกรรมการขึ้นรูปท่อพอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) มักมีเศษพลาสติกที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต เช่น ท่อที่มีตำหนิ หรือท่อที่ผลิตในช่วงการปรับสภาวะกระบวนการขึ้นรูป เมื่อนำเศษพลาสติกเหล่านี้มาบด หลอม และทำเป็นเม็ดจะเรียกว่า วัสดุคอมพาวนด์หมุนเวียนใช้ซ้ำ (Reworked Compound, RC) ซึ่งโดยทั่วไปจะนำไปผลิตท่อร้อยสายไฟที่ไม่ต้องรับแรงดันสูง
อย่างไรก็ดี วัสดุคอมพาวนด์หมุนเวียนใช้ซ้ำเหล่านี้มีปริมาณมากกว่าความต้องการในการผลิตท่อร้อยสายไฟ จึงเกิดการสะสมและเปลืองพื้นที่จัดเก็บ อีกทั้งเมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน วัสดุอาจเสื่อมสภาพจนไม่สามารถนำมาใช้งานได้ และต้องจำหน่ายออกในราคาต่ำ
การนำวัสดุเหล่านี้กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานยังมีข้อจำกัด เนื่องจากความร้อนและแรงเฉือนระหว่างการหลอมขึ้นรูปและการอัดรีด อาจทำให้ลักษณะโครงสร้างทางเคมีของ HDPE เปลี่ยนแปลงไปซึ่งส่งผลต่อสมบัติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ ขณะเดียวกัน การคัดแยกการจัดเก็บ และการบดย่อยก็ส่งผลต่อการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบก่อนนำกลับมาใช้
ทีมวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช.ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยศึกษาตั้งแต่กระบวนการผสมวัตถุดิบ การเติมสารเติมแต่ง อัตราส่วนการผสมวัสดุคอมพาวนด์หมุนเวียนใช้ซ้ำกับเม็ดพลาสติกใหม่ การผลิตท่อที่อุณหภูมิแตกต่างกัน รวมถึงการลดการสะสมของพลาสติกหลอมบริเวณปากดาย (die drooling) ซึ่งอาจทำให้ผิวท่อขรุขระหรือเกิดตำหนิ เพื่อวิเคราะห์และหาสูตรที่เหมาะสมก่อนทดลองผลิตท่อจริงในโรงงาน
ผลการวิจัยช่วยให้เอกชนสามารถพัฒนาเศษพลาสติกให้เป็นวัสดุคอมพาวนด์หมุนเวียนใช้ซ้ำคุณภาพสูง และนำมาผสมกับเม็ดพลาสติกใหม่ได้สูงถึง 50-70% โดยสามารถขึ้นรูปเป็นท่อที่มีขนาดตั้งแต่ 20 มิลลิเมตร ไปจนถึง 1,600 มิลลิเมตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผสานความชำนาญด้านกระบวนการผลิตท่อของบุคลากรในภาคเอกชน และองค์ความรู้ด้านโพลิเมอร์ของนักวิจัยเอ็มเทค สามารถนำวัสดุคอมพาวนด์หมุนเวียนใช้ซ้ำมาผลิตท่อทางการเกษตร และท่อน้ำดื่มที่มีคุณภาพผ่านมาตรฐาน มอก.982-2556 อีกทั้งยังต่อยอดพัฒนาเป็นข้อต่อท่อ ได้แก่ ข้องอ สามทาง สตับเอ็น (stub end) และข้อลด (reducer) ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้สามารถขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยได้อีกด้วย
ความร่วมมือระหว่างบริษัท วิค จำกัด (มหาชน) และเอ็มเทค สวทช. สะท้อนถึงการดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งสามารถลดของเสีย ลดการนำเข้าเม็ดพลาสติกใหม่ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน



