ยศชนัน ประกาศพร้อมผลิตบุคลากร กำกับดูแล โรงไฟฟ้าและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก

6.11.26 | 19:18 น.

ยศชนัน ประกาศพร้อม “สร้างคน” สร้างอนาคตพลังงานไทย อว. ผนึก 14 องค์กร ตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ การกำกับดูแล โรงไฟฟ้าและเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก

วันที่ 5 พฤศจิกายน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และ 14 องค์กรเครือข่ายพันธมิตรระดับชาติ ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการเป็นกลไกหลักระดับประเทศ เพื่อพัฒนากำลังคนรองรับการดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ตลอดจนการกำกับดูแลและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูง


ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในฐานะประธานคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้  ได้ผลักดันนโยบายการกำกับดูแลเทคโนโลยี SMR จนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

Advertisement

สำหรับการประชุมขับเคลื่อนนโยบายการกำกับดูแลด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมี นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็นประธาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และ รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. ได้นำเสนอ “ร่างกรอบแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ พ.ศ. 2571–2575″

โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 แผนงานยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) ร่างแผนกำลังคนด้าน SMR ระดับชาติ 2) ร่างกรอบแนวคิดการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนตลอดช่วงชีวิต 3) ร่างข้อเสนอการพัฒนาระบบนิเวศและกลไกสนับสนุน

นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณในการผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อรองรับโครงการฯ รวมทั้งสิ้นอย่างน้อย 1,000 คน โดยในระยะ 3 ปีแรก จะเร่งดำเนินการสร้างบุคลากรระดับพื้นฐานจำนวนไม่น้อยกว่า 345 คน

นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาจะมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ตามมาตรฐานสากล “3S” ซึ่งประกอบด้วย ความปลอดภัย (Safety) ความมั่นคงปลอดภัย (Security) และการพิทักษ์ความปลอดภัย (Safeguards) เข้าสู่ระบบการศึกษาในทุกระดับชั้นอย่างเข้มข้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ ได้มีการประสานความร่วมมือจาก 14 องค์กรระดับประเทศ แบ่งเป็น 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่:

กลุ่มนโยบายและการกำกับดูแล: สอวช.  นำโดย รศ.วงกต วงศ์อภัย, ดร.ชาญวิทย์ อุดมศักดิกุล, ดร.ชโลธร บุญเหลือ, ดร.ชนิดา แสนสะอาด  สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน นำโดย นายพีระพงษ์ บุญแสง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
กลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรม: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (นำโดย นายอรรถพงษ์ สถิตมโนธรรม)

กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐานและวิจัย: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำโดย รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีฯ และ รศ.ดร.วิภู ศรีสืบสาย พร้อมด้วยผู้แทนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ความร่วมมือระดับชาติภายใต้การนำของกระทรวง อว. โดย ปส. และ สอวช.ในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตจำนงค์ที่มุ่งมั่นในการพัฒนานโยบายระดับชาติสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยก้าวต่อไปจะมุ่งเน้นการผลักดันคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อร่วมกันจัดทำแผนฉบับสมบูรณ์และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2571 เพื่อเป็นกรอบชี้นำการจัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) รวมถึงสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวน.) และคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

การดำเนินการทั้งหมดนี้ถือเป็นหลักประกันสำคัญว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านทางพลังงานสะอาด ภายใต้การกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน