แฉ! ผตห.โคลัมเบีย ยกเค้าเพื่อนบ้าน ‘บิ๊กป้อม’ ย่องกวาดทรัพย์บ้านบิ๊กขรก.เมื่อปี 59 ตร.ล่าอีก 3 ร่วมแก๊ง

17.06.18 | 12:28 น.

เมื่อช่วงสาย วันที่ 17มิถุนายน ที่ สน.ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในคดีที่ นายโจเซ่ อเล็กซานเดอร์ หรือ โรดริเก็ซ เวลันเดียร์ (Mr. Jose Alexander หรือ Mr. Rodriguez Velandia) อายุ 43 ชาวโคลัมเบีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 840/2559 ลงวันที่ 26 เมษายน 2559ในความผิดฐานบุกเข้าลักทรัพย์ซึ่งต้องหาว่ากระทำฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ” หลังสืบสวนสอบสวนทราบว่าก่อเหตุลักทรัพย์บ้านข้าราชการระดับสูง และยังเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุลักทรัพย์บ้านนางนภัสนันท์ วิมลภัตรานนท์ อายุ 61 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้าเครื่องสุขภัณฑ์ ซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยได้ทรัพย์สินไปรวมมูลค่า2ล้านบาท เหตุเกิดท้องที่สน.มีนบุรี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา  ภายหลังถูกจับกุมได้ขณะนั่งรถทัวร์ กรุงเทพฯ – หนองคาย ผ่านสภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ถูกส่งตัว มาควบคุมตัว ที่ สน.ดอนเมือง เมื่อคืนที่ผ่านมา

มีรายงานว่า นายโจเซ่ ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง สน.ดอนเมือง ซึ่งยังไม่มีใครมาเยี่ยมแต่อย่างใด โดยตำรวจ ได้ประสานทางสถานทูตโคลัมเบีย ประจำประเทศไทย เข้ามาร่วมสอบสวน ผู้ต้องหา ขณะที่ ทางสถานทูตสหรัฐอเมริกา ได้ประสานเข้ามาเพื่อตรวจสอบว่า นายโจเซ่ มีสัญชาติอเมริกันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการดำเนินคดี พนักงานสอบสวน จะสอบปากคำ ผู้ต้องหา ผ่านล่าม ก่อนจะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ในวันพรุ่งนี้ ส่วน ที่ผู้ต้องหา ได้ก่อเหตุ ไว้ในพื้นที่ สน.มีนบุรี ทางพื้นที่นั้น ต้องไปอายัดตัว หลังจากที่ มีการส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญาไปแล้ว

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวว่า จากการขยายผลผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี อีก 3 คน ทำการลักทรัพย์ในเขตมีนบุรี เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 ที่ผ่านมาจริง ส่วนประเด็นที่ว่าลักทรัพย์บ้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำและกำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ให้เน้นหนักในด้านการป้องกันเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการออกตรวจตรา ที่ต้องเพิ่มความถี่ การตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด รวมไปถึงการร่วมมือกับการประชาชนในการให้ความรู้ ประชาสัมพันธ์ ในการป้องกันตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนร้าย ไม่ว่าจะเป็นความผิดที่เกี่ยวกับทรัพย์หรือความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และหากเกิดเหตุขึ้นต้องรีบติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว รวมไปถึงการจับกุมผู้ที่มีหมายจับค้างเก่า เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามไม่ให้คนร้ายไปคนเหตุที่ไหนกับผู้ใดได้อีก ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุนในพื้นที่” รองโฆษกตร.กล่าว

Advertisement