เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com กล่าวว่า หลักฐานคำชี้แจงของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีการนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์โดยยืนยันว่าสำแดงการนำเข้ากับศุลกากร 2 ครั้งระบุว่าใช้สำหรับอาหารสัตว์ (FEED BARLEY) อย่างชัดเจนทั้งเอกสารของปศุสัตว์และศุลกากรยืนยัน นอกจากนี้เจ้าพนักงานกรมปศุสัตว์ยังได้เข้าสุ่มเก็บตัวอย่างจากโรงงานอาหารสัตว์ คาดว่าจะเป็นของรายใหญ่ระดับประเทศ ที่ระบุว่าได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์
หลักฐานจากกรมปศุสัตว์และคำยืนยันจากเจ้าพนักงานผ่านสื่อฯชัดเจน แปลว่ารัฐบาลชุดนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาการนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์เป็นบัญชีเพื่ออาหารสัตว์ จากที่ก่อนหน้านี้ไม่มี การอนุญาตให้นำเข้าในโหมดนี้ เท่ากับว่ารัฐบาลได้เปิดให้มีการนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์เพื่อเป็นอาหารสัตว์ เป็นการเปลี่ยนแปลงกติกาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผลประโยชน์อาหารสัตว์ใช่หรือไม่ นอกเหนือจากมีการปล่อยให้นำเข้าข้าวสาลี โดยไม่ต้องจ่ายภาษีนำเข้าหรือตามมาตรการ 0% ด้วยแล้ว
นางมัลลิกากล่าวว่า คุณค่าของข้าวบาร์เล่ย์ต่ำกว่าข้าวสาลีมากมีไขมันไม่เกิน 11% ไฟเบอร์ไม่น้อยกว่า 19% และไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กระทรวงพาณิชย์ เหมือนกับข้าวสาลี ที่ต้องกำกับด้วยมาตรการ 1:3 แม้ช่วงเวลา 2 เดือนนี้จะเปลี่ยนเป็นมาตรการ 1:2 ก็ตาม
“แต่การนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์นั้นไม่ต้องใช้มาตรการใดเข้ามาเกี่ยวข้องจึงสามารถนำเข้ามาได้แบบปกติโดยไม่ต้องควบคุมปริมาณ เช่นนี้แล้วในอนาคตจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน และถ้าข้าวบาร์เล่ย์นำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ตามหลักฐานของกรมปศุสัตว์ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายอย่าลืมว่าหากการนำเข้าวัตถุดิบมาเพื่อผลิตอาหารสัตว์แล้วสำแดงการส่งออกเนื้อสัตว์สามารถขอคืนภาษีตามมาตรา19 ทวิ ได้ด้วย กล่าวโดยสรุปคือพฤติการณ์ทั้งหมดในรัฐบาลนี้เพื่อใคร ใครได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ชะตากรรมตกอยู่ที่เกษตรกรที่ต้องดิ้นรน” นางมัลลิกา กล่าว
ด้านนายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า สมาคมการค้าพืชไร่ มองการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ที่มีราคาสูงเกือบ 12 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ส่อเจตนาต้องการกดราคาข้าวโพดของเกษตรกรไทยให้ลดต่ำลง เพราะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขณะนี้มีราคา เพียงกิโลละ 10-10.20 บาทเท่านั้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงกติกาให้ข้าวบาร์เล่ย์เข้ามาในโหมดอาหารสัตว์ได้อีกชนิด จะมีผลกระทบกับวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย เช่น รำข้าว ปลายข้าว และมันสำปะหลัง ถือว่าเป็นเจตนาทำลายกลไกการค้า เพราะผู้นำเข้าเป็นผู้ใช้รายใหญ่

