เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 183 หมู่ 4 บ้านกุดแฮด ต.กุดแฮด อ.กุดบาก จ.สกลนคร หลังจากเพิ่งจัดงานศพของเด็กชายภาคิณ พองพรหม หรือ น้องคิน อายุ 2 ปี 10 เดือน ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เชือกที่นอนรัดคอจนเสียชีวิต ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งและถือเป็นอุทาหรณ์ต่อผู้ปกครองเองรวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดให้มากขึ้นเพื่อป้องกันเหตุสูญเสียแบบนี้อีก
นายมงคล จำวงศ์สา บิดาน้องคิน กล่าวทั้งน้ำตาและยังทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ว่า วันเกิดเหตุคือบ่ายวันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2561 ทราบเรื่องราวจากเจ้าหน้าที่ดูแลศูนย์ เล่าว่า ลูกชายของตนนั้นรอผู้ปกครองมารับ โดยเตรียมถุงนอนเพื่อจะเอากลับไปยังบ้าน แต่ขณะนั้นตนยังทำงานอยู่ไม่สะดวกไปรับลูกชายเลยต้องอยู่รอภายในศูนย์ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ อีกคนที่ดูแลเด็กอีกห้องผ่านมาเห็นห้องที่ลูกชายตนอยู่เหลือเด็กประมาณ 3 คน แล้วผิดสังเกตว่า เวลา 15.00 น. เด็กควรจะกลับบ้านแล้วแต่ลูกชายของตนยังหลับอยู่จึงพากันเรียกครูอีกคนที่รอส่งเด็กด้านนอกรีบเข้าไปดู ปรากฏว่าพบเชือกที่นอนพันคอที่ตัวเด็กจนแน่นิ่งไม่หายใจแล้ว จึงมีการปั๊มหัวใจฟื้นคืนมาแต่ไม่รู้สึกตัวแล้วรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสกลนคร แต่ด้วยน้องขาดอากาศหายใจนานจนสมองตาย เช้าวันที่ 14 มิถุนายน 2561 ได้เสียชีวิตลง
นายมงคลกล่าวอีกว่า เบื้องต้นตนยอมรับว่าพากันไปรับลูกช้าซึ่งปกติเด็กเตรียมอนุบาลควรจะไปรับก่อน 15.00 น. แต่ติดงานอยู่พอทราบอีกทีลูกก็เข้าโรงพยาบาลแล้ว ในเรื่องนี้ในด้านกฎหมายทางครอบครัวได้ไปแจ้งความไว้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเพื่อเป็นหลักฐาน แต่ยังไม่ได้เอาความใดๆ กับใครขอปรึกษากันก่อนเพราะคงเป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าถามหาภาพเหตุการณ์ก็คงไม่มีเพราะไม่มีกล้องวงจรปิด ส่วน จนท.ที่ดูแลห้องลูกชายก็ยอมรับว่าพลั้งพลาดไปที่ไม่ดูแลให้ดี ส่วนตัวลูกชายคงไร้เดียงสาก็เอาที่นอนซึ่งเตรียมจะเอากลับบ้านขึ้นมาคล้องคอแล้วหมุนเล่นไปมาจนพันเข้าที่คอรัดแน่นแล้วไม่มีใครเห็น ส่วนเด็กๆ ร่วมห้องเห็นว่าลูกตนกลิ้งไปมาจนแน่นิ่งคิดว่าไม่ได้เป็นอะไร ดังนั้น จึงฝากเป็นอุทาหรณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามทั้งผู้ปกครองเองควรไปรับลูกก่อนเวลา รวมถึง จนท.ศูนย์เด็กเล็กแห่งอื่นๆ ด้วยต้องใส่ใจมากกว่านี้
นางสาวอุทร พองพรม มารดาแม่น้องคินกล่าวว่า ตนมีลูก 2 คน น้องคินเป็นคนสุดท้อง กำลังน่ารัก ฉลาด แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องสูญเสียลูกชายไปเร็วขนาดนี้ เห็นใจกันทุกฝ่ายคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นตอนนี้ติดความในใจอะไรไหมก็อยากให้จบลงด้วยดี เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลลูกชายก็เสียใจอย่างมาก เขาดูแลทุกอย่างตั้งแต่ไปเฝ้าลูกชายที่โรงพยาบาลทุกวันกระทั่งจัดงานศพจนแล้วเสร็จ ส่วนผู้บังคัญชาที่เทศบาลตำบลกุดแฮดก็จะดำเนินการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับยินดีรับผิดชอบค่าใช่จ่ายทุกอย่างและการเยียวยาอย่างเต็มที่ ซึ่งเย็นวันนี้ทางครอบครัวกำลังจะปรึกษากันว่าจะเอายังไงดีกับข้อเสนอในการเยียวยา แต่ถึงยังไงก็แล้วแต่คงแลกไม่ได้กับการสูญเสียบุตรชายที่จากไป

