เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่วัดสิทธิโชค (วัดยางขาคีม) หมู่ 4 ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ตรัง ร่วมกับตำรวจภูธร จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ร.15 พัน.4 เจ้าหน้าที่จากสาธารณสุข อ.ห้วยยอด รวมกว่า 20 คน สนธิกำลังลงตรวจสอบหลังได้รับการร้องเรียนว่า วัดสิทธิโชค ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ สะเดาะเคราะห์กรรม และการทำพิธีขอขมากรรม แห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง โดยในแต่ละวันมีผู้เลื่อมใสศรัทธาเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก ได้มีการลักลอบขายยารักษาโรคโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังได้รับการร้องเรียนเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ ปรากฏพบว่า วัดดังกล่าวมีการจำหน่ายยาที่อ้างว่าสามารถรักษาโรคได้จริง โดยประกอบด้วยยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ยาสมุนไพรว่านที่ช่วยรักษาการปวดข้อเข่า เป็นลักษณะน้ำมันที่ใช้ทาภายนอกเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด บรรจุอยู่ในลังกระดาษอยู่ภายในกุฏิพระพิน กมมฺสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดสิทธิโชค และกุฏิแม่ชี นภัสรพี บุญค้ำรัศมีโชติ ซึ่งบวชชีพราหมณ์อาศัยอยู่ภายในวัดดังกล่าว จำนวน 6 ลัง ประมาณ 200 ขวด เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เพื่อส่งมอบให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอตรวจสอบสรรพคุณของยาสมุนไพรว่า มีการแอบอ้างเกินจริงหรือไม่ และมีการได้รับอนุญาตให้มีการจำหน่ายถูกต้องหรือไม่

พระพิน กมมฺสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดสิทธิโชค หรือวัดยางขาคีม กล่าวว่า ยาสมุนไพรน้ำมันว่านพุทธคุณ เป็นยาใช้สำหรับกิน มีสรรพคุณขับสารพิษออกจากร่างกาย และเชื่อว่าเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใช้ต้องมีความเชื่อและศรัทธาจึงจะหายจากโรคได้ โดยยาดังกล่าวได้รับมาจากวัดเขาแดงออก จ.พัทลุง ส่งมาให้จำหน่ายในราคาขวดละ 130 บาท ซึ่งทางวัดไม่ได้ผลิตเอง โดยกรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ส่วนตัวตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี จะได้รู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ทางวัดก็จะได้ทำให้ถูกต้อง และไม่คิดว่าจะทำความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับวัด เพราะวัดไม่ได้ทำอะไรเสียหาย และไม่มีเจตนาหมกเม็ด หรือแอบอ้างใดๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดยาสมุนไพรทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.ห้วยยอด ดำเนินการตรวจสอบส่วนผสมและสรรพคุณอีกครั้งว่า จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ และห้ามทางวัดจำหน่ายยาสมุนไพรดังกล่าวไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว


