จากกรณี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มอบหมายให้ นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วย นายชำนาญ ทองดี ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น พ.จ.ต.พิชัย วันตา ป้องกันจังหวัดขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กลุ่มงานโภชนาการศาสตร์ รพ.ขอนแก่น ร่วมกับ นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 (ผอ.สพป.ขอนแก่น 1) นายศักดา มุสิกาวัน รอง ผอ.โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นฝ่ายกิจการนักเรียน หรืองานบริหารทั่วไป มาตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นว่ามีคุณภาพครบตามหลักโภชนาการหรือไม่ หลังจากที่มีผู้ปกครองนักเรียนเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ต่อมาได้มีคำสั่งด่วนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 1 ย้าย นายอภิชาติ นาเลาห์ ผอ.โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ไปช่วยราชการที่ สพป.ขอนแก่น เขต 1 จนกว่าผลการสืบสวนสอบสวนจะแล้วเสร็จ พร้อมมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีรอง ผอ.สปพ.ขอนแก่น เขต 1 เป็นประธานเพื่อสืบสวนกรณีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.ผูู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการมาตรวจสอบคุณภาพอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น พร้อมตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน 5 คน ตรวจสอบอาหารกลางวันของโรงอาหารและในชั้นเรียนที่นักเรียนไปรอรับอาหาร โดยเมนูอาหารใหม่ในวันนี้ของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้น ป.2 เป็นเมนู ข้าวสวย ไข่พะโล้หมู เลือดสุก และผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนเมนูอาหารของนักเรียนชั้น ป.3 ถึง ป.6 เป็นข้าวสวย กะเพราอกไก่ใส่ตับ ถั่วฝักยาว น้ำซุปฟัก โดยตารางอาหารที่ฝ่ายบริหารทำการแก้ไข คัดเลือกมาจาก 50 เมนู อ้างอิงจากThaischool lunch
นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 1 กล่าวว่า ปัญหากรณีผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นเผยแพร่ภาพอาหารกลางวันนักเรียนที่ด้อยคุณภาพมีเพียงข้าวคลุกเศษไก่ว่า เรื่องนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะให้รายงานผลภายใน 7 วัน จะพิจารณาทั้งเรื่องการบริหารจัดการและคุณภาพอาหารที่แจกให้กับเด็ก ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกโรงเรียนจัดอาหารตามโปรแกรม Thai school lunch เพื่อให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีประโยชน์ต่อร่างกาย
นายภูมิพัทธกล่าวอีกว่า อยากให้เรื่องนี้เป็นโอกาสในการแก้ปัญหาการโอนงบประมาณกับโรงเรียน เพราะขณะนี้ในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 1 มีโรงเรียน 156 แห่งในจำนวนนี้ได้รับงบประมาณอาหารกลางวันแล้ว 75 แห่ง แต่อีก 81 แห่งยังไม่ได้รับโอนงบประมาณ แม้ว่าจะเปิดภาคการศึกษาแล้ว ทราบว่าทางส่วนกลางได้โอนเงินมาให้แล้ว แต่ยังติดอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ดูแลงบประมาณค่าอาหารของโรงเรียน หลายโรงเรียนต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เช่น จัดงานทอดผ้าป่า หรือขอรับการสนับสนุนจากผู้มีอุปการคุณ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำซากในทุกปี นอกจากนี้ เมื่อปีที่ผ่านมาที่โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น เคยมีข่าวนักเรียนท้องเสียจากการรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนมาแล้ว สาเหตุเกิดจากอาหารที่เน่าเสีย และภาชนะไม่สะอาด ส่งผลให้ผู้ปกครองเข้าไปร้องเรียนกับทางโรงเรียน คล้ายกับเหตุการณ์ในครั้งนี้เช่นกัน

