เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมช่วงฤดูฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กทม.ได้อนุมัติงบประมาณกลางปี 2561 เพื่อจัดซื้อกระสอบทรายอีก ประมาณ 1.5 ล้านใบ ใช้สำรองในช่วงน้ำหลากและกระจายไปยังตามพื้นที่เขตต่างๆ ตามแผนป้องกันน้ำท่วมแต่ละปี เดิมสำนักการระบายน้ำมีกระสอบทรายสำรองไว้อยู่แล้ว ประมาณ 1.2 ล้านใบ โดยหลักใช้อุดรอยรั่วและจุดฟันหลอตามแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ไม่ให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนทั้งแนวนอกและริมเขื่อน
ทั้งนี้ เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมต่อกับคลองสายสำคัญ อาทิ คลองชักพระ คลองพระโขนง คลองบางกอกน้อย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถาวร เมื่อราว 20 ปีก่อน สำนักการระบายน้ำได้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เป็นเขื่อนคอนกรีตสูงราว 2-3 เมตร (ม.) ปัจจุบันแนวเขื่อนบางส่วนเกิดชำรุดและมีรอยรั่วตามกาลเวลา ประมาณ 80 จุด อาทิ บริเวณโรงพยาบาลศิริราช วัดระฆังฯ ย่านราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้สำนักการระบายน้ำต้องเร่งซ่อมแซมแนวชำรุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ เบื้องต้นใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
นายจักกพันธุ์กล่าวอีกว่า สำหรับแม่น้ำเจ้าพระยามีความยาวประมาณ 117 กิโลเมตร (กม.) แต่ กทม.สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้เพียง 77 กม. โดยที่เหลือเป็นบริเวณจุดฟันหลอทั้งหมด ซึ่งจุดฟันหลอนั้นไม่ใช่ กทม.ไม่อยากสร้างเขื่อน แต่ติดอุปสรรคเพราะมีบ้านเรือนประชาชนและท่าเรือต่างๆ ทำให้ กทม.เดินหน้าสร้างเขื่อนไม่ได้ จึงต้องมีแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นโดยนำกระสอบทรายเรียงไว้ ความสูงตั้งแต่ 2.20-3 เมตร (ม.) อุดรอยรั่วเท่าที่ กทม.ทราบประมาณ 80 จุด ส่วนจุดที่ กทม.ไม่ทราบ อยากให้ประชาชนแจ้งมายัง กทม.เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่อไป ยกตัวอย่าง เมื่อ 2-3 วันก่อนมีน้ำซึมมาจากใต้พื้นบ้านของชาวบ้าน กทม.ก็ช่วยแก้ปัญหานำกระสอบทรายไปล้อมไว้ เพราะจะทุบบ้านของชาวบ้านทิ้งก็ไม่ได้
“กทม.มั่นใจจะสามารถวางกระสอบทรายอุดรอยรั่วริมเขื่อนได้ทัน ก่อนช่วงน้ำหลากอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหลัง กทม.วางเรียงกระสอบทรายแล้วเสร็จ ชาวบ้านทั้งนอกและริมแนวเขื่อนกลับรื้อกระสอบทรายของ กทม.ออก เพราะสัญจรไม่สะดวก บางครั้งเมื่อแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน จึงอยากขอความร่วมมือส่วนนี้” นายจักกพันธุ์กล่าว
ด้านนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า การวางกระสอบทรายเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ส่วนระยะยาวนั้น สำนักการะบายน้ำจะต้องขอจัดสรรงบประมาณในการออกแบบแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมให้มีความมั่นคงแข็งแรงต่อไป ขณะเดียวกัน ยังได้ร่วมติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานสำคัญ อาทิ 5 จังหวัดปริมณฑล กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ ฯลฯ เพื่อบูรณาการในการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมและติดตามข้อมูลน้ำจากทางตอนบนของประเทศไทย ซึ่งมีการประชุมติดตามผลทุกสัปดาห์

