กทม.สร้าง ‘ศูนย์เวชศาสตร์กีฬา’ แห่งแรกของกรุงเทพฯ รับฟื้นฟูทัพนักกีฬา-ปชช.

19.06.18 | 18:05 น.

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟู หอพักแพทย์ หอพักพยาบาลและอาคารจอดรถยนต์ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม ว่า ปัจจุบันมีประชาชนมาใช้บริการยังโรงพยาบาลเจริญกรุงฯ เฉลี่ย 2,500 คนต่อวัน ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการและให้สอดคล้องกับนโยบายของกทม. คือ การพัฒนาให้โรงพยาบาลเจริญกรุงฯ เป็นโรงพยาบาลชั้นนำด้านเวชศาสตร์การกีฬา (Sport Medicine) จึงจัดสรรงบประมาณ 948.48 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาฯ ประกอบด้วย 1.อาคารจอดรถยนต์ รองรับรถยนต์ได้ 900 คัน 2.อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู ความสูง 6 ชั้น 3.อาคารเวชศาสตร์การกีฬา ความสูง 2 ชั้น สำหรับให้บริการประชาชนทั่วไปและนักกีฬา 4.หอพักแพทย์ หอพักพยาบาล และ 5.สระว่ายสำหรับวารีบำบัด โดยโครงดังกล่าวกทม.ได้ว่าจ้างบริษัท อาคาร๓๓ จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง เริ่มต้นสัญญาเมื่อปี 2559 และสัญญาจะสิ้นสุดเดือนกันยายน 2562 ปัจจุบันโครงการคืบหน้าร้อยละ 30 แต่ผู้รับจ้างรับปากจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญา โดยอาคารจอดรถจะเปิดให้บริการได้ภายในกันยายนปีนี้

“หลังก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งแรกของกทม. เพราะที่ผ่านมากทม.มีนโยบายส่งเสริมด้านกีฬาแก่เยาวชน จัดตั้งศูนย์เยาวชนและโรงเรียนกีฬาของกทม.หลายแห่ง แต่ไม่มีศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาฯ โดยจะเปิดให้บริการประชาชนทั่วไปได้ประมาณ 500 คนต่อวัน ขณะเดียวกัน จะเป็นสถานที่ฝึกงานนักศึกษาตามลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตแพทย์ระหว่างกทม.และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) อีกด้วย” รองผู้ว่าฯกทม.กล่าว

นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลเจริญกรุงฯ ยังได้ขอจัดสรรงบประมาณ 108.76 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโครงการอาคารโภชนาการ เวชภัณฑ์กลาง ซักฟอก พัสดุ ศูนย์ผู้สูงอายุและศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่คู่คุณแม่ ภายในพื้นที่เดียวกัน ประกอบด้วย 1.การก่อสร้างอาคารสนับสนุนการรักษา ความสูง 4 ชั้น เป็นอาคารซักฟอก ส่วนตัดเย็บเสื้อผ้า ส่วนโภชนาการ ห้องล้างทำความสะอาด ห้องประชุม ห้องสันทนาการ คลังพัสดุและห้องเอนกประสงค์ และ 2.อาคารผู้สูงอายุและศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่คู่คุณแม่ หรือ “ศูนย์นมแม่” เป็นห้องเด็กอ่อน ห้องเด็กอายุ 12-24 เดือน ห้องเด็ก 26-36 เดือน ห้องตรวจสุขภาพเด็ก ชมรมผู้สูงอายุ ห้องปฐมพยาบาล ลานเอนกประสงค์ ฯ ปัจจุบันการก่อสร้างล่าช้า เพราะต้องรื้อระบบบำบัดน้ำเสียใต้ดิน ก่อนปรับแบบใหม่ ซึ่งเริ่มสัญญาก่อสร้างปี 2560 จะขยายเวลาออกไปจนถึงเดือนมีนาคม 2562 ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์กทม.มีความพร้อมอยู่แล้ว แต่เครื่องมืออุปกรณ์ และสถานที่เป็นสิ่งที่กทม.ต้องจัดหาให้การรักษาประชาชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น