‘ดีเอสไอ’ จับแม่เล้า หลอกเด็กม้งจากลาวมาขายไก่ทอด แต่ส่งร้านคาราโอเกะบังคับขายบริการ

19.06.18 | 18:02 น.

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 21.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองคดีการค้ามนุษย์ ได้จับกุมตัว น.ส.เด๊อ แซ่วื่อ หรือนางเจ๊ แซ่ย่าง หรือ Maiv Pai Ntshua Nplaim ผู้ต้องหา อายุ 37 ปี เชื้อชาติม้ง ไม่มีสัญชาติ อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 7 ตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1089/2561 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 พร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือออปโป รุ่นอาร์ไนน์เอส (OPPO รุ่น R9S) สีแดงดำ จำนวน 1 เครื่อง ในการกระทำความผิดฐาน 1.ค้ามนุษย์ โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบแปดปี 2.เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี และเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ หน่วงเหนี่ยว กักขัง กระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เพื่อข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการค้าประเวณี เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น


3.เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไป เพื่อการอนาจารซึ่งหญิงอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี 4.ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ของผู้ถูกข่มขืนใจ 5.หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น โดยปราศจากเหตุอันสมควร 6.พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ทั้งนี้ เพื่อการหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร 7.นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือกระทำการอันเป็นการอุปการะช่วยเหลือคนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทย

รายงานข่าวระบุว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือจากกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 ให้สืบสวนข้อเท็จจริง กรณีองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ (NVADER) แจ้งเบาะแสผ่านศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย กรณีหญิงสาวชาวเขาเผ่าม้งมีพฤติการณ์บังคับ เป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารและสนองความใคร่เด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี มีพฤติการณ์แห่งคดี ดังนี้ เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2560 ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) หญิงชาวม้ง อายุ 16 ปีเศษ ผู้เสียหาย ทำงานอยู่ที่หมู่บ้านสีโพนไซร้ เมืองแปลก แขวงเชียงขวาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้ต้องหาได้ชักชวนและหลอกลวงผู้เสียหายให้เดินทางมาทำงานขายไก่ทอดในประเทศไทย ด้วยการนั่งเรือข้ามฝากจาก สปป.ลาว บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 จากนั้นพามาพักอาศัยอยู่ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยมีการหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้เสียหาย และได้พามาที่ร้านจันทร์ยิ้มคาราโอเกะ และบังคับให้ขายบริการทางเพศให้กับลูกค้า และประมาณปลายเดือนกรกฎาคม 2560 ผู้เสียหายได้หลบหนีออกมาจากบ้านพัก และได้ติดต่อกับมารดาซึ่งอยู่ต่างประเทศ ผ่านทางเฟซบุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือและได้รับความช่วยเหลือในเวลาต่อมา

Advertisement

โดยเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ขององค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ (NVADER) เข้ามาช่วยเหลือในการสอบถามข้อมูล เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงราย และทีมสหวิชาชีพได้สัมภาษณ์เบื้องต้นเพื่อคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์แล้ว สรุปความเห็นว่า เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และส่งเรื่องดังกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไว้เป็นคดีพิเศษ และอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนหนึ่งคนใดในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำการสอบสวน โดยให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือผู้รักษาการแทน เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และมอบหมายให้พนักงานอัยการคนหนึ่งคนใดในสำนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน

โดยเหตุเกิดที่หมู่บ้านสีโพนไซร้ เมืองแปลก แขวงเชียงขวาง สปป.ลาว ต่อเนื่องบ้านเช่าและห้องเช่า, ร้านจันทร์ยิ้มคาราโอเกะ, โรงแรมเชียงของ พาราไดซ์ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประเทศไทย ประมาณเดือนมิถุนายน 2560 ถึงปลายเดือนกรกฎาคม 2560 ต่อเนื่องกัน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการร่วมสอบสวนได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานและได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ศาลอาญาได้อนุญาตออกหมายจับ ตามหมายศาลอาญาที่ 1089/2561 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าวข้างต้นได้สืบทราบมาว่า ผู้ต้องหาอยู่ที่บริเวณ ต.เวียง อ.เชียงของ จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ขององค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ (NVADER) เพื่อให้ติดตามและสืบทราบที่อยู่ที่แน่ชัดของผู้ต้องหา จนทราบสถานที่ที่ผู้ต้องหามาปรากฏตัว จึงได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เดินทางมาจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าร้านอาหารวัวหัน 2 เลขที่ 315 ถนนเชียงของ-เทิง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนปากคำที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายร่วมกับพนักงานอัยการร่วมสอบสวน และควบคุมตัวมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลอาญาในวันที่ 20 มิถุนายน 2561