นายกสภาทนายฯแถลงจับ ‘สุกิจ’ ทนายทั่วประเทศไม่สบายใจ กระทบศักดิ์ศรีวิชาชีพ กระทำเกินกว่าเหตุ

20.06.18 | 12:07 น.

ทนายความทั่วประเทศเดือดไม่พอใจกองปราบบุกจับทนายสุกิจรุนเเรงกว่าเหตุ นายก “ถวัลย์ ” นัดถกเเนวทางปฏิบัติ ผบ.ตร.เร็วๆ นี้ เตรียมนำเรื่องนี้เข้า กก.กระบวนการยุติธรรม สภาทนายตั้ง กก.พิจารณา ประชุมกำหนดท่าที 28 มิ.ย.นี้

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 มิถุนายน ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความพร้อมด้วยทีมผู้บริหารสภาทนาย แถลงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความ ที่อยู่ระหว่างการพาลูกความไปแจ้งความ ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ว่า รัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทยเเละประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเเก่ประชาชนเอาไว้
จากการดูคลิปเบื้องต้นตัวนายสุกิจที่ถูกจับกุมตามหมายจับขณะนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่ของทนายความแต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมด้วยวิธีการที่ปรากฏตามสื่อเป็นการสมควรหรือไม่ เเละเมื่อนายสุกิจเป็นทนายความ การจับกุมดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อวิชาชีพ ศักดิ์ศรีของทนายความและความเป็นมนุษย์ที่จะต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและ ป.วิอาญา ตรงนี้เราไม่ได้ออกมาว่าจะปกป้องการกระทำผิด ทุกอาชีพย่อมมีคนที่จะกระทำผิดปะปนกันไป เเต่เราตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการจับกุมเป็นไปตามหลักการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ เราจึงอยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเราเข้าสู่ยุคปฏิรูปแล้ว การเข้าควบคุมเเม้จะเป็นไปตามหมายจับก็จะต้องกระทำด้วยความเหมาะสมต่อสภาพและหลักปฏิบัติ เท่าที่เห็นตามคลิปก็ไม่มีทีท่าทีจะหลบหนี สถานที่เป็น สน.เเค่เชิญตัวเขาก็ไปเเล้ว

นายถวัลย์กล่าวอีกว่า เมื่อวานหลังจากเกิดเหตุมีญาติของนายสุกิจได้แจ้งเรื่องดังกล่าวมายังสภาทนายความ ซึ่งทางเราได้เรื่องไว้พิจารณาโดยญาติของนายสุกิจยังไม่มีทีท่าว่าจะร้องขอให้ทางสภาทนายความฟ้องร้องกับหน่วยงานใด การรับเรื่องเมื่อวานเป็นเพียงการแจ้งเหตุเพื่อให้ทางสภาทนายความรับทราบและเฝ้าระวังในกรณีที่นายสุกิจถูกควบคุมตัวในลักษณะเเบบนั้น ซึ่งการจะฟ้องร้องตำรวจชุดจับกุมหรือ สตช. หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับนายสุกิจซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำ
ส่วนการเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะเข้าความผิดฐานการปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157หรือไม่นั้น จะต้องดูรายละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง ตรงนี้ตนได้เห็นรายละเอียดเพียงเบื้องต้นที่นำเสนอโดยสื่อมวลชน ซึ่งผู้ที่ชี้ว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดหรือไม่ต้องเป็นศาลยุติธรรมที่มีอำนาจชี้ขาดความผิด

เมื่อถามว่า ท่าทีของทนายความทั่วประเทศมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร นายถวัลย์กล่าวว่า ทนายความทั่วประเทศไม่สบายใจเรื่องนี้อย่างมาก หลังเกิดเหตุมีการสอบถามมาทางสภาทนายความ ถึงหลักการปฏิบัติดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากระทบต่อเกียรติศักดิ์ศรีของวิชาชีพ ซึ่งก็ยอมรับว่ามีทนายความจำนวนมากไม่พอใจ ส่วนจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่นั้นต้องรอดูคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ว่าจะมีการพิจารณาออกมาอย่างไร ก็จะเป็นท่าทีของสภาทนายความ

Advertisement

ถามต่อว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการปฎิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม จะนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการปฎิรูปด้วยหรือไม่ นายถวัลย์กล่าวว่า เเน่นอนเรื่องนี้จะต้องนำเข้าเพราะตำรวจก็ถือเป็น1ในกระบวนการยุติธรรมเรื่องหลักในการปฎิบัติที่จะเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพที่จะต้องมีการปฏิรูป โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทางตนเองก็ได้มีการนัดหมายพูดคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ถึงหลักการปฏิบัติเเละหาทางออกในเรื่องนี้ต่อไป

ถามต่ออีกว่า นายสุกิจเคยถูกมีโทษถูกถอนใบอนุญาตชั่วคราวหรือไม่ นายถวัลย์กล่าวว่า ทราบว่านายสุกิจในอดีตเคยถูกคำสั่งห้ามว่าคดีบางประเภทชั่วคราว เเต่ตอนนี้ นายสุกิจอยู่ในสถานะทนายความที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติส่วนรายละเอียดที่เคยถูกสั่งห้ามว่าความในอดีตต้องไปดูอีกครั้ง

นายทัศไนย ไชยเเขวง อุปนายกฝ่ายต่างประเทศเเละกรรมการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การควบคุมตัวตามหมายจับ ย่อมเป็นสิทธิที่จะทำได้ซึ่งมีหลักปฏิบัติวางไว้อยู่แล้ว ตนมองว่าการจับกุมในคดีนี้เกินสมควรกว่าเหตุทั้งในด้านของอัตราโทษและพฤติการณ์ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้อาจจะเข้าข่ายที่จะผิดกฎหมายทางสภาทนายความจึงได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และจะมีการประชุมเพื่อหารือสรุปท่าทีของสภาทนายความในเรื่องนี้ในวันที่ 28 มิถุนายน