ป.ยันจับทนายสุกิจ ไม่เกินกว่าเหตุ ทำตามขั้นตอนกฎหมาย โทษสูงคุก 20 ปี เมินสภาทนายฯ

20.06.18 | 16:12 น.

จากกรณี นายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความชื่อดัง ถูกตำรวจกองปราบบุกจับกุม ขณะกำลังพาลูกความเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน โดยมีการจับกดกับพื้นบังคับให้เอามือไพล่หลังเพื่อใส่กุญแจมือ ก่อนคุมตัวไปสอบสวนยังกองบังคับการปราบปรามการกระความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) ในคดีบุกรุกป่าสงวน จ.ตากก่อนที่ต่อมาทางสภาทนายความเปิดแถลงข่าวว่ารู้สึกไม่สบายใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามที่ได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น


เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมคดีดังกล่าวเปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวนั้นได้รับภารกิจให้ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งก่อนที่จะมีการเข้าทำการจับกุมตัวนายสุกิจ นั้นก็ได้มีการประชุมวางแผนเตรียมการกันมาเป็นอย่างดี เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าผู้ต้องหาที่จะถูกจับกุมนั้นเป็นทนายความมีความรู้ด้านกฎหมายเป็นอย่างดี ซึ่งตอนแรกต้องการจับกุมตัวแบบละมุนละม่อม เพราะรู้ดีว่าการจับกุมตัวทนายความรายนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องกลับ

พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ส่วนการยุทธวิธีการเข้าจับกุมตัวที่ทางนายสุกิจมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไปนั้นเป็นไปตามยุทธวิธีถูกต้องตามขั้นตอนไม่มีการใช้อาวุธ หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะปฏิบัติตามยุทธวิธีตามกฎหมาย ป.วิอาญา ที่ว่าด้วย บุคคลใดที่ขัดขวางหรือหลบหนีผู้จับสามารถใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์อีกทั้งก่อนการจับกุมก็ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ได้รับทราบ พร้อมทั้งเชิญตัวไปห้องสอบสวนเพื่อลงบันทึกจับการจับกุมและบันทึกประจำวัน อันที่จริงหลังจากที่มีการแสดงหมายจับและอ่านข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่สามารถใส่กุญแจมือผู้ต้องหาได้เลย เพราะถือว่าอยู่ในขั้นตอนของการจับกุมตัวแล้ว แต่ยังให้เกียรติไม่ใส่กุญแจมือให้เลยในเวลานั้น

“แต่การกระทำของนายสุกิจ กลับไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เท่าที่ควร มีการสะบัดมือ ไม่ยอมเข้าไปในห้องสอบสวน จึงทำให้มีการจับกดลงพื้นเพื่อที่ใส่กุญแจมือ ซึ่งอันที่จริงตัวนายสุกิจมีความรู้ด้านกฎหมายก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ และรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อถูกจับ อีกทั้งคดีดังกล่าวนั้นมีอัตราโทษสูงจำคุกเกิน 20 ปี นายสุกิจจึงถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญ” พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าว

Advertisement

พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า กรณีที่ทางสภาทนายความออกมาบอกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่ให้เกียรติวิชาชีพทนายความ ซึ่งในส่วนนี้อยากชี้แจงว่า สภาทนายเข้าใจกฎหมายทุกอย่าง อย่าพยายามสร้างบรรทัดฐานไปในทางที่ไม่ดี ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามกฎหมาย เมื่อผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องดำเนินการตามยุทธวิธีการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครใหญ่แค่ไหนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่ว่าใหญ่แล้วต้องให้เกียรติ ไม่อย่างนั้นสังคมจะเกิดความสับสน ต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย ส่วนกรณีที่มีกระแสว่านายสุกิจจะฟ้องกลับนั้น ฟ้องได้เลยทุกข้อหา เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงกระทำได้อยู่แล้ว และตนเองก็ไม่ได้เป็นกังวลเพราะทำตามหน้าที่และขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาโกรธเคืองกันมาก่อนแต่อย่างใด