‘สกลธี’ ตรวจสถานีดับเพลิง รถเสีย 700 คัน-อุปกรณ์พัง 50% ผงะ! ห้องพักสุดแออัด นอนรวมกัน 20 กว่าคน

20.06.18 | 16:44 น.

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกทม. พ.ต.อ.เทวานุวัฒน์ อนิรุทธเทวา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีดับเพลิงบางเขน เขตบางเขน และสถานีดับเพลิงลาดยาว เขตจตุจักร เพื่อติดตามความพร้อมอุปกรณ์ประจำตัวของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ครุภัณฑ์และคุณชีวิตของเจ้าหน้าที่

นายสกลธี ให้สัมภาษณ์ว่า มีแผนกำหนดตรวจเยี่ยมสถานีดับเพลิงให้ครบทั้ง 47 สถานี ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมีภารกิจที่เสี่ยงชีวิต ขวัญกำลังใจจากผู้บริหารกทม.และความพร้อมของอุปกรณ์จึงสำคัญ หากไม่มีความพร้อมจะทำให้การบรรเทาสาธารณภัยไร้ประสิทธิภาพ เบื้องต้น พบปัญหา ดังนี้ 1.ครุภัณฑ์และยานยนต์ชำรุดต้องจำหน่าย อาทิ รถดับเพลิงเก่า 700 คัน ฯ โดยจะเร่งรัดให้สำนักการคลังดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อจัดซื้อครุภณฑ์ใหม่ทดแทน ส่วนอุปกรณ์ดับเพลิงก็มีความพร้อมเพียงร้อยละ 50 เท่านั้น เพราะที่ผ่านมา สปภ.ได้รับงบประมาณจัดสรรไม่มากนัก และ 2. สภาพความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างแออัดและอาคารสถานที่อยู่อาศัยทรุดโทรมจำเป็นต้องปรับปรุง ทั้งแฟลตและห้องปฎิบัติการ เช่น สถานีดับเพลิงลาดยาวมีอัตราเจ้าหน้าที่ 59 คน แต่มีห้องพักสำหรับ 31 คน ส่วนที่เหลือต้องมานอนรวมกันที่ห้องกองร้อยเวร ไม่มีความเป็นส่วนตัว

“หากสำรวจสถานีดับเพลิงทุกแห่งครบและพบว่าปัญหาสถานที่พักไม่เพียงพอ ต้องของบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ บางส่วนหากมีพื้นที่เหลือก็จะงบปรับปรุงชั่วคราวให้ดูดีขึ้น โดยอาจนำร่องสถานีดับเพลิงบางเขนและลาดยาว ส่วนสถานีดับเพลิงอื่นจะให้หัวหน้าสถานีดับเพลิงทุกแห่งจัดทำรายงานเพื่อนำเสนอต่อพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เพื่อพิจารณา ขณะเดียวกัน จะนำเสนอสู่สภากทม.เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ” นายสกลธี กล่าว

เมื่อถามถึงความพร้อมการนำเรือดับเพลิงจากทุจริต สไตเออร์ฯ มาใช้ซ่อมแซมหลังขนย้ายมาจนครบ 30 คัน นายสกลธี กล่าวว่า เมื่อกทม.สำรวจพื้นที่จริงเพื่อนำรถดับเพลิงมาใช้ พบกทม.จำเป็นต้องใช้เรือดับเพลิง 13 ลำ ส่วนที่เหลือ 17 ลำ จะโอนให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) นำไปใช้ตามพื้นที่จ.ปริมณฑล จ.หัวเมืองและพื้นที่ติดแม่น้ำโขง การซ่อมเรือสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาท ปัจจุบันได้ตั้งคณะกรรมการร่างทีโออาร์แล้ว ส่วนนี้จะพยายามเร่งรัดให้การซ่อมแซมแล้วเสร็จโดยเร็ว

Advertisement

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงสำรวจห้องกองร้อยเวรประจำสถานีดับเพลิงลาดยาว ใช้สำหรับประจำการของเจ้าหน้าที่ในการเตรียมพร้อมก่อนออกระงับเหตุและห้องพักผ่อน พบภายในห้องมีสภาพค่อนข้างเก่าและทรุดโทรม ผนัง ฝ้าเพดาน มีรอยน้ำรั่วซึม มีเตียง 2 ชั้น 12 เตียง ส่วนใหญ่ชำรุด อุปกรณ์ใช้ไฟฟ้า ไฟส่องสว่าง พัดลมและเครื่องปรับอากาศบางส่วนใช้งานไม่ได้ ปัจจุบัน พนักงานกู้ภัยต้องนอนรวมกันในห้องรวม 22 คนอยู่ในสภาพแออัด

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำสถานีดับเพลิง เล่าว่า “ห้องกองร้อยเวรเป็นพื้นที่ประจำการของเจ้าหน้าที่กู้ภัยก่อนออกเดินทางระงับเหตุ เนื่องจากอาคารเปิดใช้มานานปัจจุบันจึงทรุดโทรม ส่วนแฟลตที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่ขณะนี้ไม่เพียงพอ สภาพค่อนข้างเก่า อยากให้กทม.เข้ามาปรับปรุง ขณะที่เครื่องแบบ เจ้าหน้าที่จะได้รับปีละ 2 ชุด บางครั้งก็ไม่พอสวมใส่ ต้องสลับวันซักจนชุดมีสีซีดแล้วซีดอีก”