ตรวจรับยาเสพติดของกลาง 6.3 พันกิโลกรัม ก่อนส่งเผาวันที่ 25 มิ.ย.

21.06.18 | 12:27 น.

เมื่อเวลา 09.30 น.  วันที่ 21 มิถุนายน ที่คลังยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง เป็นประธานในการตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง ก่อนที่จะนำไปเผาทำลายที่ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 25 มิถุนายน 2561 โดยเป็นยาเสพติดให้โทษของกลางจากคดี 7,245 คดี น้ำหนักรวมกว่า 6,322 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

ภก.วชิระ อำพนธ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด อย. กล่าวว่า  ขณะนี้เป็นการดำเนินการตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลางทั้งหมดก่อนที่จะนำไปเผาทำลายวันที่ 25  มิถุนายนนี้ โดยหลักๆ ยาเสพติดให้โทษของกลางจะเป็นเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ประมาณ 5 พันกว่ากิโลกรัม นอกจากนี้ จะเป็นยาไอซ์ เฮโรอีน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมียาเสพติดอื่น เช่น กัญชา จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่จะนำมาร่วมเผาทำลายวันที่ 25 มิถุนายนนี้ด้วยอีกประมาณ 8,300 กว่ากิโลกรัม สำหรับการตรวจรับดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทราบน้ำหนัก ลักษณะ และประเภทของยาเสพติด พร้อมทั้งชักสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจเบื้องต้นว่าเป็นยาเสพติดหรือไม่ และส่งตรวจวิเคราะห์ทางวิชาการแล้วจึงห่อหุ้มยาเสพติดให้โทษของกลางที่ผ่านการตรวจรับแล้วบรรจุลงหีบห่อ และติดลำดับหมายเลขหีบห่อ โดยคณะทำงานตรวจรับฯ เซ็นชื่อกำกับไว้ทุกหีบห่อ จากนั้นเก็บไว้เป็นสัดส่วนที่จัดไว้ในคลังยาเสพติดของ อย. โดยติดเทปกระดาษที่ลงลายมือชื่อของคณะทำงานตรวจรับฯ กำกับไว้ที่ประตูคลัง เมื่อเสร็จแล้วจะมอบกุญแจคลังให้นายวิชัยเก็บรักษา จนวันที่ 25 มิถุนายน จะมาเปิดคลัง เพื่อส่งมอบให้คณะทำงานขนย้ายยาเสพติดให้โทษของกลางนำไปเผาทำลาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ออกมา และเปิดช่องให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ จะยังต้องเผากัญชาของกลางอีกหรือไม่  ภก.วชิระ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องชี้แจงก่อนว่า ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ สามารถของอนุญาตนำกัญชาของกลางไปใช้วิจัยทางการแพทย์ได้อยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้ในมนุษย์ได้ เนื่องจากไม่อนุญาตให้เสพ ซึ่งตามปกติแล้วจะใช้กัญชาของกลางที่หมดอายุคดีความไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันบางหน่วยงานขอไปใช้ยังไม่ถึง 10 0กิโลกรัมเลย จากที่มีอยู่เป็นตัน อย่างปีก่อนก็มีมหาวิทยาลัยรังสิตที่ขออนุญาตนำไปศึกษาวิจัย หรืออย่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ขออนุญาตนำไปวิจัยสกัดเป็นสารตั้งต้น หรือนำไปให้ตำรวจใช้ฝึกสุนัขตำรวจในการดมหาของกลาง เป็นต้น

“ขอย้ำว่ากัญชายังไม่ใช่ของถูกกฎหมาย ยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติดที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขณะนี้อยู่วาระที่ 2 แล้ว หากมีผลบังคับใช้ ก็จะสามารถนำกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์วิจัยและใช้ในมนุษย์ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังต้องเผาทำลายอยู่ เพราะยังไม่ใช่ของถูกกฎหมายอยู่ดี ส่วนขณะนี้ทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ก็กำลังทำเรื่องขอมาว่าจะขอใช้กัญชาของกลางในการวิจัยอย่างไร สำหรับข่าวการปลดล็อกแอมเฟตามีนหรือยาบ้านั้น ยังไม่มีความชัดเจน แต่คงไม่อนุญาตให้ใช้ในทางการแพทย์ เพราะยังมีอันตรายอยู่ ก็ยังคงต้องเผาทำลายอยู่ดี” ภก.วชิระ กล่าว

ภก.วชิระ กล่าวอีกว่า ส่วนยาเสพติดให้โทษของกลางที่ยังเก็บรักษาไว้ที่คลังยาเสพติดของ อย. ยังมีเหลือกว่า 85 ตัน ซึ่งบางส่วนได้นำไปเก็บไว้ในคลังยาเสพติดที่สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถรองรับได้ประมาณ 100 ตัน เพื่อบรรเทาปัญหายาเสพติดของกลางล้นคลัง

Advertisement