นายกสมาคมวินจยย.ฯ ร้องปอท. หลังถูกไลฟ์สด หาว่าเรียกรับผลประโยชน์

25.06.18 | 13:58 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่กองบังคับปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นายเฉลิม ช่างทองมะดัน อายุ53ปี นายกสมาคมรถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย พร้อมกลุ่มวินจยย.เอ็มอาร์ทีเพชรบุรีกว่า 10คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นิติพัฒน์ วุฒิบุณยสิทธิ์ ผกก.(สอบสวน) บก.ปอท. ร.ต.อ.เครือณรงค์ ขมิ้นเครือ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊ค “เดี่ยว อโศก” ในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังพูดผ่านไลฟ์สดเฟซบุ๊คมีใจความกล่าวหาว่า ทางสมาคมรับผลประโยชน์จากวินจักรยานยนต์รับจ้าง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง


โดยนายเฉลิม ระบุว่า เรื่องเกิดเมื่อช่วงวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง วินรถไฟฟ้าใต้ดินหรือเอ็มอาร์ที( MRT) ซึ่งมีจุดจอดรถอยู่ตรงสถานีเพชรบุรี ประตู 1 และ วินเลิศแก้ว จยย.รับจ้าง ประจำจุดจอดใต้ทางด่วนพิเศษ 2 เกิดการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน จนได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากมีจยย.รับจ้างของวินเลิศแก้วไปจอดรอรับผู้โดยสารในคิวของวินรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที เมื่อเรื่องเกิดขึ้น ตนในฐานะนายกสมาคมฯ จึงตรวจสอบพบว่ามีการทำพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงได้เเนะนำให้วินเลิศแก้วจอดรถในจุดรอผู้โดยสารของตัวเอง ก่อนพาผู้ขี่รถจักรยานยนต์วิน MRT ไปร้องเรียนสำนักงานเขตห้วยขวาง รวมทั้งลงบันทึกประจำวัน เป็นเหตุให้ฝ่ายของวินเลิศแก้วไม่พอใจ นำไปสูู่การไลฟ์สดเพื่อกล่าวหา ทางตนและสมาคม ดังกล่าว

นายเฉลิม ยืนยันว่า ทางสมาคมฯไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ และไม่ได้ตั้งสมาคมฯมาเพื่อหาเงินไปใช้ส่วนตัว แต่มีเพื่อช่วยเหลือผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจริงๆ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ขณะที่นายปันจา (สงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินเอ็มอาร์ที ที่ได้รับบาดเจ็บ ยืนยันว่า เรื่องความขัดแย้งของ2วินมีมานานกว่า 5 ปี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เรียกไปพูดคุยหลายครั้งแล้ว แต่พวกตนกลับรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งยังถูกข่มขู่จากคู่กรณี รวมทั้งยังมีพฤติกรรมมาจอดรถในจุดรอรับผู้โดยสารของวินตนมาเป็นเวลานาน และวันนี้พวกตนมาเพื่อยืนยันว่าทางสมาคมฯไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์จากพวกตน โดยในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ ทางคณะอนุกรรมการประจำท้องที่จะเรียกไปสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

Advertisement

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนเบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายคดีหมิ่นประมาท จึงดำเนินการส่งเรื่องกลับให้ สน.มักกะสัน ซึ่งเป็นท้องที่เกิดทำการขั้นตอนกฎหมายต่อไป