1 ก.ค.นี้ บังคับคดี เปิดตัวระบบจ่ายสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับไทยแลนด์ 4.0

25.06.18 | 16:00 น.

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี แถลงข่าวการจ่ายสำนวนคดีล้มละลายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่า กรมบังคับคดีได้พัฒนาระบบการให้บริการข้อมูลด้านการบังคับคดี โดยการนำนวัตกรรมการให้บริการรูปแบบใหม่ในการจ่ายสำนวนคดีล้มละลายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และบริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มนำระบบการจ่ายสำนวนคดีล้มละลายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ มาใช้ในสำนวนคดีล้มละลายที่ได้รับจากศาลล้มละลายกลาง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.61 เป็นต้นไป และจะยกเลิกการจ่ายสำนวนตามกองบังคับคดีล้มละลายแบบเดิมที่ดูจากเลขตัวสุดท้ายของหมายเลขคดีแดง เช่น กองบังคับคดีล้มละลาย 1 รับผิดชอบคดีที่ลงท้ายด้วยเลข 1 และ 6 เนื่องจากการจ่ายสำนวนคดีแบบเดิมแม้จะใช้วิธีสุ่มจ่ายเช่นเดียวกัน แต่การสืบค้นทำได้ยากและไม่เป็นไปตามหลักสากล ขณะที่ระบบใหม่จะมีการจ่ายสำนวนให้แต่ละกองกำหนดไปถึงกลุ่มงาน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในแต่ละกลุ่มงานอย่างเท่าเทียมกันตามปริมาณงานที่เหลืออยู่ อีกทั้งยังง่ายต่อการสืบค้น เพียงใช้หมายเลข 13 หลัก ในบัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคลก็สามารถสืบค้นได้ว่าคดีล้มละลายเข้าไปอยู่ในความรับผิดชอบของกองใด และเป็นสำนวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คนใดได้ผ่านทาง WWW.led.go.th และตู้ KIOSK ที่ติดตั้งในกรมบังคับคดี


น.ส.รื่นวดีกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาธนาคารโลกเข้ามาประเมินความยากง่ายการประกอบธุรกิจของประเทศไทย โดยไทยได้รับการประเมินให้อยู่ในอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 4 ของเอเซีย และอันดับ 26 ของโลก เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา อัตราในการคืนทรัพย์สินให้เจ้าหนี้ในคดีล้มละลายของไทยทำได้เพียง 49% ปัจจุบันขยับขึ้นเป็น 68% ซึ่งตนได้ตั้งเป้าเพิ่มให้ได้ 75-80% เพื่อให้ดัชนีชี้วัดความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยปรับสูงขึ้น และได้นำเอาระบบบิ๊กดาต้าเข้ามาสืบค้นทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ปัจจุบันหน่วยราชการที่มีสถานะเป็นนายทะเบียน 16 แห่งมีหน้าที่ต้องรายงานรายการทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องจักร ที่ดิน ตราสารการเงินทุกประเภทมายังกรมบังคับคดี หากหลีกเลี่ยงจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้การสำรวจทรัพย์เพื่อคืนให้เจ้าหนี้ได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ ในการจัดมหกรรมขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดีล้มละลายพบว่าหลายคดีมีทรัพย์เป็นที่ดินตั้งอยู่ในทำเลดีๆ จำนวนมาก ทำให้สามารถขายได้สูงกว่าราคาประเมินถึงเท่าตัว

 

Advertisement