จากกรณีพบศพหญิงผมแดงอายุประมาณ 30-35 ปี ถูกคนร้ายฆ่าอำมหิตหั่นศพออก 14 ชิ้น อยู่ในกระสอบปุ๋ยและถุงขยะดำ ส่วนศีรษะถูกแยกอยู่ในกระเป๋าเป้สีดำต่างหาก ศพถูกทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน มีคนสงสัยเปิดดูพบว่าเป็นศีรษะมนุษย์ ที่เกิดเหตุอยู่ในป่ารกชัฏทางเปลี่ยว ถนนสามวา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 22 มิถุนายน ท้องที่ สน.มีนบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ลักษณา กำลังเก่ง หรือเมย์ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 140 หมู่ 8 ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด อดีตพนักงานบัญชี บริษัทป้ายโฆษณาแห่งหนึ่งย่านคลองสามวา จนกระทั่งเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวผู้ลงมือก่อเหตุได้คือ นายธนกฤต หรือวุธ ประกอบ อายุ 36 ปี ช่างเทคนิคตัดสติ๊กเกอร์และส่งเอกสาร บริษัทเดียวกับ น.ส.ลักษณา และยังเป็นอดีตแฟนของ น.ส.ลักษณาด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่วัดบ้านดงหัวเรือ จ.ร้อยเอ็ด นายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นางเยาวดี พันธ์หินกอง ยุติธรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกันสังคมจังหวัด เดินทางลงพื้นที่ไปร่วมงานศพ เยี่ยมให้กำลังใจ ครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็นตัวแทน กระทรวงการพัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์มอบเงินเยียวยาเบื้องต้น 2,000 บาท
นายเลิศบุศย์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลในเรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้รับการเยียวยาจากภาคส่วนราชการ รวมทั้งค่าทดแทนผู้เสียหายของสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ซึ่งนอกจาก ให้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ได้มาแจ้งสิทธิแล้ว ก็ให้เร่งยื่นคำร้องเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยทุกประการ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ผลประโยชน์ของผู้เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานศพ มีญาติมิตรและชาวบ้านมาร่วมงานกันพอสมควร ทั้งนี้ ตั้งศพอยู่ที่ศาลาวัด เพื่อการบำเพ็ญกุศล ก่อนที่ทำการฌาปนกิจต่อไป ในขณะที่ พ่อ แม่ น้องสาว อดีตแฟนพาลูกผู้ตาย มาร่วม เคารพศพ และร่วมงานศพที่วัด ในวันนี้ด้วย
ด้าน นายแก้วมูล กำลังเก่ง พ่อของผู้ตาย ที่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาบอกว่าการจัดงานศพ ตอนแรกตั้งใจจะฌาปนกิจทันที เพราะคดีตายโหงลักษณะนี้ จัดเก็บศพไว้นานไม่ได้ แต่จากการตกลงกันภายในครอบครัวสรุปว่าจะเก็บศพไว้ประกอบพิธีทางศาสนา แล้วจะฌาปนกิจในวันพุธที่ 28 ทั้งนี้ เนื่องจากต้องรอญาติทางไกลจากลำปางที่อยู่ไกลที่สุดอยากให้ได้มาร่วมงานของหลานเป็นครั้งสุดท้าย
“ความรู้สึกตอนนี้พูดอะไรไม่ออกเพราะลูกเสียชีวิตไปแล้ว และลูกสาวคือแกนหลักในการหาเงินมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวตอนนี้เท่ากับเสียกำลังสำคัญในการหาเลี้ยงครอบครัวไป ความสูญเสียนี้ อยากให้ชดใช้ด้วยการประหารชีวิตผู้ก่อเหตุ อย่าเก็บไว้ให้สร้างปัญหาให้ของสังคมต่อไปติดคุกออกมาก็ยังมาก่อเหตุคนอื่นต่อไปอีก ส่วนการให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรนั้นยังไม่ทราบ ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากใครบ้าง ถึงแม้จะมีการติดต่อมาแล้วจากบางส่วนราชการแต่ก็ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเงินทองแต่อย่างใด” นายแก้วมูล กล่าว
ในขณะที่ นายกัณหา ยางสามัญ อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านที่มาให้กำลังใจ กล่าวว่า รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์เกินกว่าจะรับได้ ถ้าฆ่าตายแล้วทิ้งศพ ก็ไม่ว่าแต่ยังทำทารุณกรรมกับศพอย่างโหดร้ายผิดมนุษย์ ตนรู้สึกเสียใจกับความสูญเสียของครอบครัวนี้ เพราะผู้ตายก็คล้ายๆ ลูกหลานของตนคนหนึ่ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น อยากให้ใช้มาตรการสูงสุดในการจัดการกับฆาตกร หรือฆ่าให้ตายตกตามกันไปจึงจะสาสม เพราะออกมาก็อาจจะเป็นภัยต่อสังคมได้อีก และที่น่าเห็นใจที่สุดคือ ครอบครัวนี้อยู่ในเกณฑ์ยากจนหาเช้ากินค่ำ ต้องไปรับจ้างทางไกล เพราะการทำการเกษตรทำนาไม่ได้ผล การที่ครอบครัวนี้ขาดลูกสาวคนนี้ที่เป็นคนหาเงินเพียงคนเดียวมาเลี้ยงครอบครัวทุกคน เมื่อขาดเธอไปก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว และเกินกำลังของเพื่อนบ้านที่จะช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวนี้ได้ เพราะทุกคนก็อยู่ในฐานะที่ยากจน คล้ายๆ กัน


