เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงลูกจ้างโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเสียชีวิต ว่ารับรายงานจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ว่า เวลาประมาณ 09.40 น. สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงพนักงานลูกจ้าง รพ.พระนั่งเกล้าเสียชีวิต แล้วใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณตึกเงินถุงแดง บริเวณห้องล้างไตทางช่องท้อง CAPD ชั้น1 รพ.พระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ บันทึกการตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป พร้อมกับร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพบาดแผลผู้เสียชีวิต และให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ อาทิ กล้องวงจรปิด อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ในเบื้องต้น
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิต ชื่อนางศิริขวัญ ทองเล็ก อายุ 26 ปี พนักงานลูกจ้าง โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และผู้ก่อเหตุ ชื่อ นายเกรียงไกร อยู่ไพร อายุ 41 ปี เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน เรือนจำกลางบางขวาง และทราบว่านางศิริขวัญ และนายเกรียงไกร เคยเป็นคู่สามีภรรยากัน โดยนางศิริขวัญทำงานเป็นพนักงานลูกจ้าง ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ก่อนเกิดเหตุนายเกรียงไกรเดินทางมาโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อมาตรวจโรคตามหมอนัด และได้มีปากเสียงกับนางศิริขวัญ ผ่านทางโทรศัพท์ ก่อนที่นายเกรียงไกรจะเดินมาหานางศิริขวัญ ที่ตึกเงินถุงแดง ซึ่งนางศิริขวัญกำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณหน้าคอมพิวเตอร์ภายในห้องล้างไตทางช่องท้อง CAPD และคุยกันก่อนที่นายเกรียงไกรจะชักปืนสั้นขนาด 9 มม.ยิงนางศิริขวัญ ขณะที่นั่งทำงานอยู่ 3 นัด เข้าที่บริเวณหน้าอก ช่องท้อง คอ และ ยิงตัวเองตามไป ที่บริเวณศีรษะ อีกจำนวน 1 นัด แพทย์และพยาบาลในห้องดังกล่าวช่วยกันปฐมพยาบาล ก่อนที่นางศิริขวัญจะเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุและนำตัวนายเกรียงไกรไปรักษา แพทย์อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือ
รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้น่าเชื่อว่าตัวผู้ก่อเหตุคงจะเข้ามาขอคืนดีกับผู้ตายแต่เกิดมีปากเสียงกันแล้วเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างตรงไปตรงมา ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมกำชับฝ่ายสืบสวน สืบสวนข้อมูล จากพยานบุคคลและพยานแวดล้อมต่างๆทางคดี โดยเน้นย้ำให้ทำงานควบคู่กันไปทั้งสองฝ่าย เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ที่แท้จริง และเพื่อให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่น มั่นใจ ในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นไปตามหลักสากล

