พบปล่องหลังถ้ำ 2 จุด เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำออก ก่อนซีลช่วยเด็กนักบอล

26.06.18 | 18:22 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าช่วยเหลือขนย้ายอุปกรณ์ปั๊มน้ำและสายไฟเข้าไปภายในถ้ำบริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นระยะทางยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ทั้งนี้เพื่อติดตั้งสำหรับดูดน้ำออกจากถ้ำให้ได้มากที่สุด โดยให้น้ำที่ปิดปากถ้ำลดต่ำกว่าเพดานถ้ำให้เพียงพอที่จะส่งชุดซีลเข้าไปช่วยเหลือโค้ชและเยาวชนจำนวน 13 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักแตะทีมทีนทอล์ค (หมูป่า)อคาเดมี แม่สาย ซึ่งเข้าไปในถ้ำแต่เกิดน้ำป่าปิดทางเข้าออกทำให้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ทางชุดซีลพยายามจะดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำมากและเป็นโคลนทำให้ไม่สามารถทำได้ จึงต้องเร่งระบายน้ำออกก่อน อย่างไรก็ตามการดูดน้ำออกเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

โดยนายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 15 กล่าวว่า ถ้ำหลวงเป็นถ้ำที่อดีตเกิดจากการกัดเซาะใต้ดิน เมื่อ 200-1,000 ปี บริเวณถ้ำเป็นทางไหลของน้ำใต้ดิน เมื่อกาลเวลาผ่านไปน้ำใต้ดินลดระดับลงจึงทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร แบ่งออกเป็นห้องโถงหลายๆห้อง ตามความสูงต่ำของระดับเพดานถ้ำ ซึ่งตอนนี้จากจุดปากถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตร ฝนที่ตกสะสมทำให้ระดับน้ำใต้ดินเรี่มเอ่อขึ้นมาจนปิดปากช่องทางที่จะเข้าไปถ้ำตอนกลางได้ ดังนั้นจึงพยายามที่จะต้องสูบน้ำออกจากถ้ำและจากหนองน้ำพุ เพื่อให้น้ำลดต่ำลงจนชุดซีลสามารถเข้าไปข้างในได้

นายกมลไชย กล่าวด้วยว่า ในส่วนของสำนักฯ ที่ 15 มีการใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจเพื่อหาปล่องทางเข้าอื่นๆ ช่วยอีกทาง โดยสำรวจทางอากาศพบปล่องหนึ่ง แต่เป็นเพียงหลุมยุบ ในวันนี้ทางสำนักจึงส่งเจ้าหน้าที่อีก 4 ชุด เข้าไปสำรวจทางภาคพื้นดินเพื่อหาปล่องที่จะสามารถลอดลงไปยังถ้ำได้ ซึ่งกำลังประสานทางอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีเพื่อขอแผนที่ถ้ำเพื่อหาช่องทางที่จะเข้าไปยังถ้ำได้ จะเข้าทำการสำรวจ ซึ่งปกติการเข้าถ้ำจะเข้าทางหน้าถ้ำเพียงอย่างเดียว และนักท่องเที่ยวก็ไม่เข้าไปลึก เต็มที่ก็เข้าไปห้องโถงที่ 1 เพราะข้างในชื้นและอากาศน้อย พอดีน้องนักฟุตบอลเป็นคนพื้นที่ จึงคุ้นชินและเคยเข้าไปเที่ยวมาแล้ว อาจไม่ทันคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน จึงได้เข้าไปลึกเมื่อน้ำสูงขึ้นจึงปิดปากถ้ำไม่สามารถออกมาได้ จริงๆ แล้วถ้ำนี้ไม่ได้เปิดทั่วไป หากนอกพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวจะเข้าไป ต้องขออนุญาตและต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นคนนำทาง แต่น้องเหล่านี้เป็นคนพื้นที่ จึงเข้าไปโดยพลการ แต่เราก็ยังมีความหวังหากลาดตระเวณเจอช่องทางเข้าอื่นๆ

นายกลมไชย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดโรยตัว ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เชียงราย ได้ร่วมกันเดินเท้าสำรวจเพื่อสำรวจปล่องถ้ำ พบปล่องกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร 2 ปล่อง ลึกประมาณ 100 เมตร คาดว่าจะอยู่บริเวณห้องโถงภายในถ้ำแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นจุดที่ผู้ประสบภัยอยู่หรือไม่ โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์ให้ทราบทางหน่วยบินของ ตชด.327 จึงได้นำเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นายขึ้นบินเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่หย่อนขนม และน้ำลงไปเอาไว้เพื่อหากผู้ประสบภัยมาพบ จะได้มีอาหารรองท้อง และรอความช่วยเหลืออยู่บริเวณดังกล่าว

Advertisement