เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กองบังคับการจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ในการระดมสรรพกำลัง ค้นหาและช่วยเหลือเด็กและโคชทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอคาเดมี ผู้สูญหาย ทั้ง 13 คน อย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมมอบหมาย กองบัญชาการท่องเที่ยว คอยสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหาย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เดินเท้าปูพรมค้นหาตามจุดต่างๆ รอบอุทยานฯ และยังนำตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวร ซึ่งเป็นกองร้อยกู้ชีพ ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย จาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ รวมไปถึง กองบินตำรวจ ที่สนับสนุนภารกิจในการบินสำรวจ ค้นหาผู้สูญหายโดยรอบอุทยานถ้ำหลวง ในทิศทางด้านบน การลำเลียงเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจ และกองบังคับการตำรวจทางหลวงช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกการจราจรพื้นที่โดยรอบ
” ผบ.ตร. ยังมอบหมายให้ ผู้บังคับบัญชาในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าไปควบคุม สั่งการ ภารกิจในครั้งนี้ ในเป็นการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆอีกด้วย สำหรับผู้ที่มีเจตนาไม่ดี เผยแพร่ข้อความในโซเชียลมิเดีย ลักษณะเรี่ยไรเงินหรือการขอรับการบริจาคนั้น ก็ขอให้หยุดทำเสีย เพราะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) โดยทุจริต หรือ โดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท” รองโฆษกตร. กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ผบ.ตร. ห่วงทั้งผู้สูญหายและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ โดยขอให้พี่น้องประชาชนเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คน และภาวนาขอให้พบผู้สัญหายทั้งหมดโดยเร็ว อีกทั้ง ยังได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จัดอาหารกล่องและน้ำดื่มไว้คอยบริการประชาชนและเจ้าหน้าที่บริเวณนั้นอีกด้วย


