เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี ผู้ต้องหา 9 คน พร้อมของกลาง กัญชา 700 กิโลกรัม โคคาอีน 2,785 กรัม ยาบ้า 306,000 เม็ด ไอซ์ 2 กิโลกรัม รวมมูลค่า 71,395,000 บาท
คดีที่ 1
เมื่อวันที่วันที่ 25 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2.บช.ปส. ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ทหาร ศอ.ปส.ชอน.บ.ทำการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 คน คือ นายอานนธชัย หรือแมว อ่อนวรรณะ อายุ 38 ปี ชาวจ.กาญจนบุรี นายศักดา หิรัญเกื้อ อายุ 37 ปี ชาวจ.จันทบุรี น.ส.สังวาล นึกชัยภูมิ อายุ 35 ปี ในข้อหา“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ( กัญชา ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมด้วยของกลาง กัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 600 แท่ง น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี สีเทา จำนวน 1 คันสามารถจับกุมได้ที่บริเวณภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.มอดินแดง ถนนถีนานนท์ ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ต่อเนื่องห้องพักหมายเลข B5 My Loft ( มายล๊อฟ ) รีสอร์ท ต.โพนทอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
โดยก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนด้านจังหวัดนครพนม นำส่งให้ลูกค้าเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซีวิค และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี เป็นพาหนะ ต่อมาเวลา 01.40 น. ของวันที่ 25 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบรถยนต์ทั้งสองคันขับตามกันมาจากทางด้าน อ.สมเด็จ มุ่งหน้าไปยัง จ.กาฬสินธุ์ ขณะขับมาที่บริเวณพื้นที่ ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จว.กาฬสินธุ์ แล้วเข้าไปใน “มายล๊อฟรีสอร์ท” จากนั้นได้ขับออกไปแล้วจอดอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.มอดินแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามไป แล้วแสดงตัวขอตรวจค้นรถยนต์ ปรากฏว่าพบกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 600 กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถยนต์คันทะเบียน 5กฐ 2792 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดี
คดีที่ 2
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกันจับกุม นายสมร ขุนทุม อายุ 43 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ในข้อหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ( กัญชา ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลาง กัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 100 แท่ง น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิสซูบิชิ ไตรตัน สีขาว จำนวน 1 คัน สามารถจับกุมได้ที่บริเวณด่านเก็บเงินธัญบุรี ถนนทางพิเศษกาญจนาภิเษก ฝั่งตะวันออก(หมายเลข 9) ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับรายงานจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด จะทำการลับลอบขนยาเสพติดทางจังหวัดนครพนม มาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ ห้ออีซูซุ และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทันเป็นพาหนะ เมื่อถึงเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบรถยนต์ทั้งสองคันดังกล่าว ขับมาถึงบริเวณถนนวงแหวนตะวันออก ( กาญจนาหมายเลข 9 ) มุ่งหน้าบางนา-ชลบุรี กม.15 มุ่งหน้า กทม.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามสกัดจับ รถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาวไว้ได้ และขอตรวจค้นรถยนต์ ผลการตรวจค้น พบกัญชาแห้งอัดแท่ง น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง และจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
คดีที่ 3
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, เจ้าหน้าที่ศุลกากร, เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้ความร่วมมือโครงการ AITF. ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกันจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญกลุ่มแอฟริกันตะวันตก นางสาวเฟธ อิเกซา คิดาเก้ (Ms.FAITH IGAIZA KIDAKE) อายุ 24 ปี ชาวเคนยา ในข้อหา ““นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 2,785 กรัม โดยมีรายละเอียดดังนี้ พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (COCAINE) ลักษณะเป็นผงสีขาว บรรจุอยู่ภายในถุงพลาสติกพันทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาล จำนวน 1 แผ่น น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 2,785 กรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับของกระเป๋าเป้ สีน้ำเงิน-ดำ ยี่ห้อ LOEWALPINE บริเวณแผ่นรองกระเป๋าด้านหลัง กระเป๋าเป้ สีน้ำเงิน-ดำ ยี่ห้อ LOEWALPINE จำนวน 1 ใบ สามารถจับกุมได้ที่บริเวณช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดงของศุลกากร (ช่องเขียว) ฝั่งตะวันออก โซน B ชั้น 2 ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ต่อเนื่องถึง เวลา 21.00 น.ของวันที่ 26 มิถุนายน
ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมภายใต้ความร่วมมือตามโครงการ สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (AITF) ได้ร่วมกันสืบสวนเครือข่ายกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่างประเทศ เดินทางมากับเที่ยวบินกลุ่มเสี่ยง วันที่ 26 มิถุนายน เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุมได้ไปปฏิบัติการสังเกตการณ์พบหญิงมีลักษณะต้องสงสัยลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร เดินทางมากับ สายการบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ (ETHIOPIAN AIRLINES) เที่ยวบินที่ ET628 จึงได้ทำการติดตามพฤติการณ์ จนเดินถึงช่องตรวจของศุลกากรไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ฝั่งตะวันออกโซน B ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้หญิงต้องสงสัยนำสัมภาระเข้าเครื่องเอกซเรย์ จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายเอกซเรย์เบื้องต้นพบว่ามีสิ่งผิดปกติอยู่ภายในกระเป๋าเป้ เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้นโดยละเอียดด้วยการเปิดตรวจ พร้อมสัมภาษณ์ ตรวจสอบเอกสารทราบชื่อว่า นางสาวเฟธ อิเกซา คิดาเก้ อายุ 24 ปี ชาวเคนยา ซึ่งเป็นผู้โดยสารของสายการบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ (ETHIOPIAN AIRLINES) เที่ยวบินที่ ET628 ของวันที่ 25 มิถุนายน 2561 เดินทางมาจากแอดดิสอาบาบา (ADDIS ABABA) ประเทศเอธิโอเปีย (ETHIOPIA) ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ราชอาณาจักรไทย ตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะเป็นแผ่นแข็งห่อหุ้มด้วยพลาสติกพันด้วยเทปกาวสีน้ำตาล ภายในบรรจุผงสีขาวซุกซ่อนอยู่บริเวณแผ่นรองกระเป๋าเป้ด้านหลัง จึงได้ทดสอบผงสีขาวต้องสงสัยด้วยน้ำยาทดสอบเบื้องต้น ต่อหน้าเจ้าของผู้ครอบครอง ให้ผลเป็นยาเสพติด (โคคาอีน) จึงยึดไว้เป็นของกลาง จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ รวบรวมหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่ 4
เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพร กก.2 บก.ปส.4 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.414 ร่วมกันจับกุม นายพิเชษฐ์ อึ้งเจริญ อายุ 26 ปี ที่อยู่ 67/16 ม.9 ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม
นางสาวไพรินทร์ อินทร์สวัสดิ์ อายุ 35 ปี ที่อยู่ 399/1 ม.1 ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
นายชัชวาล แจ้งอรุณ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ที่ 5 ต.ท่าเรือ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี
และน.ส.อำพาพิน โสมกลิ้ง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/5 หมู่ที่ 5 ต.ท่าเรือ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) จำนวน 106,000 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ไอซ์) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 2 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน วณ 397 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง กระเป๋าเดินทาง แบบลากมีล้อเลื่อน จำนวน 2 ใบ โดยสามารถจับกุมได้บริเวณที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) หมู่ที่ 2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร (ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 451-452) เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ( 23 มี.ค. ) ที่ผ่านมา
ก่อนการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพรได้สนธิกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) หน้าที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร เพื่อทำการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามเส้ทางหลัก ขณะปฏิบัติหน้าที่พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน วณ 397 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมาตามถนน โดยมีนายพิเชษฐ์ อึ้งเจริญ เป็นผู้ขับขี่ และมีนางสาวไพรินทร์ อินทร์สวัสดิ์ นั่งโดยสารมาด้วย ขณะกำลังจะผ่านด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเรียกให้หยุด เพื่อตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมาย ผลการตรวจค้นปรากฏว่า พบยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง สีชมพู วางอยู่บริเวณเบาะที่นั่งโดยสารด้านหลังของรถยนต์, นอกจากนี้ยังพบยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด, ไอซ์ จำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง สีดำ วางอยู่บริเวณช่องเก็บสัมภาระท้ายรถยนต์
และนอกจากนี้ยังพบว่า นางสาวไพรินทร์ อินทร์สวัสดิ์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัด สุราษฎร์ธานี ที่ จ.109/2560 ลงวันที่ 28 เมษายน 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย)และมีการกระทำเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย)และมีการกระทำเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” แจ้งข้อกล่าวหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย)และมีการกระทำเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันเพิ่มเติมกับนางสาวไพรินทร์ อินทร์สวัสดิ์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดี
คดีที่ 5
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.4 บช.ปส. ร่วม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ได้ร่วมกัน
ตรวจยึด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 200,000 เม็ด โดยตรวจยึดได้บริเวณภายในหมู่บ้านริมกก หมู่ที่ 4 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.4 ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ราชบุรี จนกระทั่งวันที่ 21 มิ.ย. กลุ่มนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ราชบุรี ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านริมกก หมู่ที่ 4 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อไปนำยาเสพติด มาจำหน่ายในพื้นที่ จว.ราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.4 จึงได้ประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 และเดินทางไปเพื่อทำการสืบสวนและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากนักค้ายาเสพติดกลุ่มดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลวดตระเวนอยู่นั้น พบรถยนต์คันหนึ่งนำกระเป๋าใบใหญ่มาวางทิ้งไว้ข้างถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์อยู่สักพักหนึ่ง ไม่เห็นมีผู้ใดมาหยิบกระเป๋าดังกล่าว จึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบ ยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึด ส่ง พงส.บก.ปส.4 บช.ปส.ดำเนินคดี และทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทำการจับกุมเจ้าของยาเสพติดต่อไป



