แถลงจัดงานอุตสาหกรรมยา มี.ค.62 ตั้งเป้าขยายความเป็นผู้นำอาเซียน เล็งพัฒนาสอดรับสังคมผู้สูงวัย

28.06.18 | 14:53 น.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการเสวนาหัวข้อการจัดงาน CPhl South East Asia 2019 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2562 ที่เพลนารี ฮอลล์ 1-3 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เภสัชกร รศ.ดร.สินธุ์ชัย แก้วกิตติชัย นายกสมาคมเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สถานการณ์ยาของไทยเป็นไปในทางบวก อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายว่าเป็นการผลิตแบบปลายน้ำ กล่าวคือ ต้องพึ่งการซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ดังนั้น มองว่าภาครัฐควรสนับสนุนให้ผู้ผลิตยาของไทยใช้งานวิจัยในการพัฒนาการผลิตยาในประเทศ

“เราต้องสร้างคน ต้องสนับสนุนการผลิตยาในประเทศ การพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศนั้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้น จะเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการผลิตยา แต่ภาครัฐกลับมองว่าซื้อวัตถุดิบเอาถูกกว่า” นายกสมาคมฯเภสัชกรรมสมาคมฯ กล่าว

นายปริญญา เปาทอง ที่ปรึกษาสมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปีมากกว่า 10 ล้านคน อีก 10 ปีคาดว่าจะมีมากถึง 17 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 500,000 คน ซึ่งควรมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากธรรมชาติและชีวภาพ นอกจากนี้ต้องพัฒนาบุคลากรในประเทศ คือ เภสัชกร โดยสมาคมวิชาชีพต้องส่งเสริมให้มีทักษะ จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนการผลิตยา อีกทั้งต้องสร้างเครือข่าย เพราะบางเรื่องประเทศไทยไม่ถนัด ต้องรับการสนับสนุนจากต่างประเทศ

Advertisement

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดงาน กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพนานาชาติ จึงตัดสินใจจัดงานขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2562 โดยที่ผ่านมาจัดในประเทศอินโดนีเซีย

“งานนี้จะมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อยกระด้บการผลิตยาของไทย พร้อมกับการสนับสนุนทางธุรกิจทั้งการนำเข้าวัตถุดิบและส่วนประกอบยา หวังว่าจะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาวด้านสุขภาพนานาชาติได้อย่างภาคภูมิ” นางสาวรุ้งเพชรกล่าว

นาย รชฎ ถกลศรี เลขาธิการสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน กล่าวว่า คนไทยติดแบรนด์ ยาอันดับ 1 เป็นยานำเข้า คนไทยยังลังเลที่จะใช้สินค้าไทย ยังสงสัยในคุณภาพยาที่ผลิตในไทย รัฐควรรณรงค์ให้ทราบว่า การผลิตยาในไทยได้มาตรฐานสากลแล้ว ถ้ารัฐรณรงค์อย่างต่อเนื่องจะทำให้คนไทยเชื่อมั่นสูงขึ้น