ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินหายใจ ย้ำออกซิเจนในอากาศพอ แม้อยู่ในถ้ำ

28.06.18 | 17:35 น.

นพ.ฉันทชาย สิทธิพันธุ์ รองผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์  กล่าวถึงระดับออกชิเจนภายในถ้ำหลวง. จ.เชียงราย ว่า. เชื่อมั่นว่าขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังพยายามให้ความช่วยเหลือ 13 ชีวิตเต็มที่ โดยจะเห็นภาพการปฏิบัติงานช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ และอาจเกิดสงสัยเกี่ยวกับ ระบบออกซิเจนภายในถ้ำ ซึ่งออกซิเจนในอากาศตามปกติมีอยู่เพียงพอ แต่หากเรามีอาการ เหนื่อยหอบ ใช้พลังงานมาก เป็นธรรมดา ที่ร่างกาย ต้องการปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้นเพราะขณะที่คนเราหายใจออกก็ขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาปริมาณมากเช่นกัน. หากไม่อยู่ในจุดที่มีอากาศถ่ายเท ก็จะให้หายใจได้รับปริมาณออกซิเจนลดลง และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นเข้าไปแทนที่

นพ.ฉันทชาย กล่าวว่า หากอยู่ที่ที่มีอากาศถ่ายเท สะดวก  เชื่อว่าไม่มีปัญหา ทั้งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของถ้ำ เพราะออกซิเจนในอากาศไม่ได้น้อยลง ในอากาศมีทั้งปริมาณออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ และสิ่งสำคัญคือเรื่องของพลังใจหากเข้มแข็ง ไม่ตกใจ ระดับการหายใจก็จะสม่ำเสมอ การรับปริมาณออกซิเจนก็จะคงที่

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์  อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สำหรับร่างกายของคนเราโดยปกติแล้วจะสามารถขาดน้ำและอาหารได้ประมาณ 3 -7 วันขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของร่างกาย แต่หากร่างกายขาดเพียงอาหารแต่ยังมีน้ำดื่มก็จะสามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 30-45 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและกิจกรรมที่ทำระหว่างอดอาหาร เนื่องจากการที่ร่างกายจะทนต่อสภาพการขาดอาหารได้เป็นระยะเวลานานๆนั้น ต้องเป็นคนที่นั่งเฉยๆไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากนัก  ส่วนในกรณีของนักเตะเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 คนนั้นขณะนี้เชื่อว่าเรื่องการขาดอาหารยังไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าทั้งหมดเป็นนักกีฬาซึ่งจะมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องประเมินจากกิจกรรมที่ทั้ง 13 คนทำระหว่างอยู่ในถ้ำด้วย เพราะไม่รู้ว่ามีการทำกิจกรรมอะไรบ้าง  อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเคยพบว่ามีคนเคยอดอาหารได้เป็นเวลานานถึง 70 กว่าวันแต่ก็เป็นการอดอาหารที่ร่างกายได้ทำกิจกรรมอะไรเลย