พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีดาบตำรวจยิงวัยรุ่นเสียชีวิต เหตุเกิดพื้นที่ สภ.เมืองยโสธร ว่า ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 22.37 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต อยู่บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้าน ขุมเงิน ม.7 ต.ขุมเงิน อ.เมือง จ.ยโสธร ได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ และเจ้าหน้าที่สืบสวนเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบ นายอภิเดช คำป้อม นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใกล้กันพบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กจ 2498 ยโสธร มี ด.ต.สุระศักดิ์ สินทะสอน ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจตำบล ประจำ สภ.เมืองยโสธร แสดงตัวเป็นเจ้าของ จากการสอบสวนเบื้องต้น ด.ต. สุรศักดิ์ แจ้งว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิง นายอภิเดช เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
พนักงานสอบสวนได้สอบสวนเบื้องต้น โดย ด.ต.สุรศักดิ์ แจ้งว่า เป็นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงได้ประสาน พนักงานอัยการ ปลัดอำเภอ แพทย์ ร่วมชันสูตรพลิกศพ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บวัตถุพยานไว้ ทั้งปลอกกระสุนปืน และคราบเขม่าดินปืน ประกอบคดีแล้ว ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ รับคดีอาญา และคดีชันสูตรพลิกศพ สอบสวนปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้กับ ด.ต.สุรศักดิ์ ทราบว่า ฆ่าผู้อื่น ในส่วนของคดีอาญา ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ตามกรอบระยะเวลาต่อไป ในส่วนของทางวินัย ทางผู้บังคับบัญชา ได้สั่งให้รายงานชี้แจง และจะพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ
รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ได้รายงานเหตุดังกล่าวให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว ยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนโดยละเอียดทั้งทางอาญา และทางวินัย ตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ ตามกรอบระยะเวลา โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอให้ฝ่ายญาติผู้เสียชีวิตมั่นใจการสอบสวนของตำรใจ หากผิดจริงจะไม่มีการช่วยเหลือกันอย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมาผบ.ตร. กำชับเน้นย้ำข้าราชการตำรวจทุกนาย ในการพกพาและใช้อาวุธปืน ในเวลาราชการและนอกเวลาราชการโดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ มาโดยตลอด ประกอบกับที่ผ่านมามีข้อสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาหมั่นสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด สม่ำเสมอ ทั้งนี้จะได้เร่งรัดผลการสอบสวน และการดำเนินการทางวินัยต่อไป

