ส่ง ‘ผู้ถูกคุมประพฤติ’ บริการสังคมในพื้นที่อุทยานฯ-เขตห้ามล่าสัตว์ป่า

29.06.18 | 14:17 น.

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม และนายเฉลิมชัย ปาปะทา รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการจัดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ เพื่อให้ผู้กระทำผิดดังกล่าวได้เรียนรู้การสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้กับตนเอง และตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นไปในทางที่เหมาะสมและไม่กระทำความผิดซ้ำ

นายประสารกล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2561 มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 อาทิ การบุกรุกป่า แผ้วถาง การทำไม้หวงห้ามหรือเก็บของป่า เข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทำด้วยการอื่นใดอันเป็นการทำลายป่า การมีสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 526 คดี โดยจังหวัดที่มีสถิติคดีสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สำนักงานคุมประพฤติ (สคป.) จ.นครราชสีมา สาขาสีคิ้ว 31 คดี สคป.ลำปาง 26 คดี สคป.สุรินทร์ 22 คดี จากสถิติดังกล่าว ล้วนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าไม้จำนวนมาก ดังนั้น กรมคุมประพฤติ ถือโอกาสเปิดมิติในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยจัดส่งผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด เพื่อกระตุ้นให้ผู้กระทำผิดตระหนักถึงความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกต่อสังคมมากขึ้น และได้ชดเชยความเสียหายที่ก่อขึ้นด้วย

ด้านนายเฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับงานบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์ต่างๆ อาทิ การทำแนวป้องกันไฟป่า การซ่อมหรือสร้างฝายชะลอน้ำ การเพาะพันธุ์กล้าไม้และปลูกต้นไม้ ในพื้นที่ดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค จำนวน 21 แห่ง ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และศูนย์ศึกษาธรรมชาติ