ผู้ค้าจตุจักรแพ้ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง เหตุ รฟท.มีอำนาจบริหารจัดการตลาดเพื่อหารายได้มาบำรุงกิจการได้-กำหนดค่าเช่าแผงได้ตามที่เห็นเหมาะสม
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองกลางเป็นยกฟ้องในคดีที่นายสงวน ดำรงค์ไทย กับพวกรวม 789 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าจตุจักรฟ้องการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. กับพวกรวม 3 คน กรณี รฟท.กับพวกได้มีประกาศรวม 5 ฉบับ กำหนดให้ผู้ค้าแผงค้ากึ่งถาวร 27 โครงการ แผงค้าไก่ชนเดิม แผงค้าต้นไม้ แผงค้าสีเขียว และแผงค้าหนังสือ ในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรไปลงนามในสัญญาเช่า และชำระค่าเช่า ในอัตราที่สูงขึ้น
โดยศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า ตามมาตรา 6 และ 9 ของ พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย 2494 ได้บัญญัติให้ รฟท.มีอำนาจที่จะกระทำการใดๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ที่จะนำมาซึ่งความเจริญของกิจการรถไฟ เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดหา เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ และดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกิจการรถไฟและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟ อันสอดคล้องกับสิทธิในทรัพย์สินของ รฟท.ที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และตามหลักกฎหมายแพ่ง
การที่ รฟท.มาดำเนินการกิจการตลาดนัดจตุจักร หลังไม่ต่อสัญญาให้ กทม. จึงเป็นการยกเลิกวัตถุประสงค์การจัดตลาดนัดเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพให้กับราษฎรตาม พ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 และเมื่อ รฟท.เข้าบริหารกิจการตลาดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2555 จึงเข้าข่ายเป็นการสร้างรายได้ให้กับ รฟท. เพื่อประโยชน์ในการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำภารกิจด้านการบริการสาธารณะเกี่ยวกับการคมนาคมขนส่ง ให้บรรลุผล ตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย 2494 รฟท. จึงมีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวออกให้เช่า หรือดำเนินกิจการตลาดนัดจตุจักรได้
ส่วนที่นายสงวนกับพวกอุทธรณ์ว่า รฟท.กำหนดค่าเช่าแผงค้าสูงเกินไป เห็นว่าการกำหนดอัตราค่าเช่าแผงค้าใหม่เป็นไปตามหลักอุปสงค์และอุปทานของตลาด เป็นดุลพินิจของ รฟท.ในการกำหนดอัตราเช่าที่เห็นว่าเหมาะสมได้ ศาลปกครองสูงสุดจึงไม่เห็นด้วยที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้เพิกถอนประกาศของ รฟท. จึงพิพากษากลับเป็นยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกฟ้องในลักษณะเดียวกัน กับกลุ่มผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร 146 ราย ไปแล้ว ขณะเดียวกันในกลุ่มผู้ค้าจำนวนดังกล่าวมีอีก 807 ราย ที่ยังยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดในคดีที่ รฟท.มีการปรับขึ้นค่าเช่าแผงค้าในปี 2557 หลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า รฟท.มีอำนาจในการจัดหาประโยชน์ในสินทรัพย์ของตนเอง ดังนั้นการขึ้นค่าเช่าแผงค้าจึงชอบด้วยกฎหมาย

