เมื่อวันที่ 11 เมษายน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ออกแถลงการณ์ แสดงความเห็นใจทั้งครอบครัวผู้ป่วยและแพทย์ กรณีการเกิดคดีความและมีคำว่าชนะและแพ้ โดยขอเรียกร้อง กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ทำหน้าที่ของตนเอง โดยการผลักดัน “พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ พ.ศ…” หลังดองกฎหมายฉบับนี้นานถึง 8 ปี
ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าว สรุปใจความว่า อดีตที่ผ่านมา หากผู้ป่วยหรือญาติชนะคดี ได้เกิดผลกระทบกับทุกฝ่ายทั้งในระดับนโยบาย และการปฏิบัติ หากสังคมไทยยังดำรงสถานการณ์เช่นนี้ไว้ ปรากฏการณ์เหล่านี้ก็จะยังดำรงอยู่เป็นระลอก เพราะการฟ้องคดีเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน ถึงแม้แพทยสภาจะมีอำนาจในการประสานงานให้ส่วนต่างๆ ไม่ไปให้การในศาล มีนักกฎหมายของผู้ประกอบวิชาชีพเข้าไปสนับสนุนการทำคดี การต่อสู้เพียงลำพังของญาติและคนไข้ก็ได้รับความเห็นใจไม่น้อยจากฝ่ายต่างๆ
ในต่างประเทศมีระบบกฎหมายที่ช่วยลดการฟ้องร้องแพทย์ ส่วนคนไข้หรือครอบครัวได้รับการดูแลความเสียหาย ความพิการ การสูญเสียชีวิต ซึ่งมีใช้ในหลายประเทศ โดยใช้หลักการว่า ความเสียหายที่เกิดจากการรับบริการสาธารณสุข ไม่ได้มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ความผิดพลาดเป็นเรื่องคู่กันกับมนุษย์ ดังนั้น การชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ควรมีระบบกลไกในการจัดการปัญหา เหมือนอย่างสวีเดน นิวซีแลนด์ อังกฤษ ถือว่าการที่ผู้ป่วยได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์นั้นเป็นอุบัติภัย กฎหมายในลักษณะนี้จึงไม่เกี่ยวกับการกระทำของแพทย์ว่า “ประมาทหรือไม่ประมาท” เพราะฉะนั้น กฎหมายประเภทนี้ จึงมองถึงความเสียหายและมีการชดเชยเท่านั้น และจะลดการฟ้องร้องลงได้
ในประเทศไทย เครือข่ายผู้ป่วย องค์กรด้านสุขภาพ และองค์กรผู้บริโภค ได้มีการผลักดันยกร่างกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข ในปี 2550 โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ 1. การชดเชยความเสียหายจากบริการสาธารณสุขโดยไม่พิสูจน์ถูกผิด 2. การลดการฟ้องร้องระหว่างแพทย์ และคนไข้และ 3. การนำความเสียหายที่เกิดขึ้นปรับปรุงระบบบริการสาธารณสุข และประชาชนได้เข้าชื่อกัน 10,000 รายชื่อ เสนอกฎหมายต่อรัฐสภาตั้งแต่ ปี 2552 แต่ก็ถูกคัดค้านโดยแพทยสภา และได้มีร่างกฎหมายของแพทย์เข้าชื่อกันในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ด้วย เมื่อปี2554 รัฐสภาได้มีมติเห็นชอบให้บรรจุร่างพ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ เพื่อพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 แล้ว แต่ยังไม่ได้รับพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มีผลให้ร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับตกไปหลังรัฐประหารปัจจุบัน
กระทั่ง ปี 2557 คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้เสนอบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง แนวทางการตรากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหาย จากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. …. ต่อนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธาน สภาปฏิรูป เพื่อพิจารณา ต่อมา ปี 2558 สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เห็นชอบส่งร่างกฎหมายให้ครม.พิจารณา และครม.ได้นำส่งกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณา แต่ยังไม่มีความคืบหน้าของกระทรวงสาธารณสุขจนถึงปัจจุบัน
“ท้ายสุดหวังว่ากระทรวงสาธารณสุข จะเร่งดำเนินการจัดทำกฎหมายฉบับนี้โดยเร็วเพื่อลดความขัดแย้งความทุกข์ ของทั้งแพทย์ คนไข้และครอบครัว” แถลงการณ์ระบุ



