‘บิ๊กโย่ง’ เผยผลสอบวินัยขรก.พม.ทุจริตเงินคนจนเสร็จแล้ว แต่พูดไม่ได้ ชี้อดีตปลัดพม.ตัดพ้อผู้ใหญ่-ไว้ใจคนผิด สงสัยเหมือนกัน

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม.พร้อมพวก 11 ราย และผู้กระทำผิดที่กันตัวไว้เป็นพยาน 15 ราย ที่กรณีทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ว่า นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบวินัย ได้รายงานว่าขณะนี้ผลสอบเสร็จสิ้น และจะดำเนินการสรุปสำนวน ซึ่งมีความหนากว่า 300 หน้าเพื่อความรอบคอบให้เสร็จภายในคืนวันที่ 2 กรกฎาคม จากนั้นจะส่งถึงตนในวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งตนก็จะต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายตีความเพื่อความถูกต้องอีกครั้ง หากมีประเด็นข้อสงสัยก็เป็นอำนาจที่ตนจะสั่งสอบสวนเพิ่มเติม แต่หากประเด็นครบถ้วนก็จะส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง พม. (อ.ก.พ.กระทรวง พม.) กลางเดือนกรกฎาคมนี้

รมว.พม.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ อำนาจการลงโทษไม่ได้อยู่ที่ตน แต่เป็นอำนาจของ อ.ก.พ.กระทรวงที่จะพิจารณา ซึ่งกรณีนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 26 ราย ฉะนั้น จะต้องดำเนินการรอบคอบและ อ.ก.พ.กระทรวงอาจต้องใช้เวลาพิจารณา ไม่สามารถระบุได้ว่าสามารถสรุปผลได้ในการประชุมครั้งเดียว ส่วนที่ถามกรณีการเสียชีวิตของนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม.นั้น คิดว่ายังอยู่ในสำนวน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่คณะกรรมการสอบวินัยกำลังสรุปผลสอบ แต่ทั้งนี้ ก็จะให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาอีกครั้ง ว่าจะต้องนำเข้าสู่ อ.ก.พ.กระทรวงพิจารณาโทษหรือไม่

ถามว่าการเสียชีวิตของอดีตปลัด พม.เป็นเพราะความเครียดและถูกกดดันจากการตรวจสอบหรือไม่นั้น พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า ทุกอย่างดำเนินการไปตามระบบ ไม่ได้ลัดขั้นตอนและบีบคั้นใดๆ และคณะกรรมการก็ให้โอกาสทุกคนได้ยื่นเอกสารหลักฐานในการแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งทราบว่าทุกคนได้ยื่นเอกสารจนคณะกรรมการมีความชัดเจนแล้ว จึงได้สรุปสำนวน ทั้งนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามระบบที่ใครผิดก็ต้องรับโทษ ตนดูที่ระบบ ไม่ใช่ดูที่ตัวบุคคล

ส่วนที่ถามว่าที่ปรึกษากฎหมายนายพุฒิพัฒน์ได้อ้างถึงการเสียชีวิตของอดีตปลัด พม.อาจเป็นเพราะน้อยใจ ที่ไม่สามารถปรึกษาหรือติดต่อใครได้นั้น ตนได้เชิญนายพุฒิพัฒน์เข้ามาชี้แจงก่อนมีคำสั่งย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เข้าใจถึงการเปิดช่องให้มีการสอบสวนให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ซึ่งเป็นการพูดคุยครั้งนั้นครั้งเดียว หลังจากนั้น ก็ไม่เคยได้รับการติดต่อหรือขอเข้าพบจากนายพุฒิพัฒน์ใดๆ เลย แต่คาดว่าบุคคลนั้นคงเป็นคนที่อดีตปลัด พม.เคารพ ซึ่งตนก็ไม่ทราบ

ถามอีกว่าข้อความที่นายพุฒิพัฒน์ระบุว่า “ผมสั่งให้หยุดแล้ว แต่เขาไม่ฟังผม” ตามที่ที่ปรึกษากฎหมายนายพุฒิพัฒน์กล่าวอ้างนั้น พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบและสงสัยเหมือนกัน ไม่รู้จะขยายผลอย่างไร จึงต้องรอดูสำนวนการสอบสวนของตำรวจแล้วกัน ว่าพอมีอะไรให้ตีความได้บ้าง

บทความก่อนหน้านี้‘ฤทธิ์ ลือชา’ แจกกล้วยหอมทีมค้นหาหมูป่า เผยเคยถ่ายหนังในถ้ำ อากาศเย็น มีแมงป่อง-ตะขาบ
บทความถัดไปส.ค.ศ.ท.ร่อนหนังสือถึง ‘หมอธี’ เสนอปัญหาผลิตครู จี้ยกเลิกหลักสูตรป.บัณฑิต ช่องหารายได้มหา’ลัย