มาเลย์ส่ง 8 ผู้ต้องหาแก๊งคอลฯให้ไทยดำเนินคดีฉ้อโกง อั้งยี่ อายัดเงินทัน 117 ราย 23.6 ล้าน

3.07.18 | 19:38 น.

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 และ พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ.(191)รับการประสานทางการสหพันธรัฐมาเลเซีย ส่งตัวผู้ต้องหาสัญชาติไทย จำนวน 8 คน ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเพื่อดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันพยายามฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เป็นอั้งยี่ เป็นซ่องโจรและร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดมีนบุรี จากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ดำเนินคดีตามกฎหมาย


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ รัฐปีนัง ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด จำนวน 12 คน เป็นคนไทย 10 คน และคนไต้หวัน 2 คน ควบคุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐปีนัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาทางการไทยประสานขอตัวผู้ต้องหาทั้งหมดกลับมาดำเนินคดีในราชอาณาจักรไทย

“สรุปผลการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ จำนวน 8 ครั้ง/ 6ประเทศ รวมจับกุมผู้ต้องหา ทั้งสิ้น 141คน เป็นคนไต้หวัน 42 คน, คนไทย 92 คน, คนมาเลเซีย 2คน และคนกัมพูชา 5 คน”​ รองผบช.ทท. กล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าสำหรับมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ครั้งที่ 19 วันนี้ ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงและโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายแล้วระงับไม่ให้สามารถถอนเงินออกไป และนำเงินคืนให้กับผู้เสียหาย จำนวน 3 ราย รวมเป็นเงินจำนวน 1,040,924.56 บาท ได้แก่ ผู้เสียหายในคดีของ สน.โชคชัย ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน 500,000 บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน 311,143 บาท​

Advertisement

ผู้เสียหายในคดีของ สน.หนองแขม ถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน 990,000 บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน 494,326.58 บาท และ ผู้เสียหายในคดีของ สภ.เมืองนนทบุรี ถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงิน จำนวน 972,000 บาท ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินของผู้เสียหายไว้ได้ จำนวน 235,454.98 บาท​ สรุปจากการผลการปฏิบัติงานในการอายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากแก็งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงไปยังบัญชีคนร้าย สามารถอายัดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน 117 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 23,653,171.43 บาท

จากสถิติการรับแจ้งเหตุของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 จำนวน 455 คดี มูลค่าความเสียหาย 249,138,317.92 บาท