“ปนัดดา”บอกผู้บริหารบ้านกรุณา เตรียมพร้อมเยาวชนสู่สังคมภายนอกสำคัญยิ่ง

3.07.18 | 21:47 น.

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม พบปะสนทนา และเปิดการอภิปราย เรื่อง ‘ความสุขเมื่อเป็นผู้ให้โอกาสเยาวชน’ ให้แก่ ผู้บริหารองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะกรรมการสงเคราะห์ ซึ่งมีส่วนร่วมในการร่วมกันเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นคนดีและคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ตามโครงการส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด ประจำปี พ.ศ. 2561 ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ


โดยม.ล.ปนัดดากล่าวว่า “การเตรียมความพร้อมก่อนเยาวชนสถานพินิจฯ จะกลับคืนสู่สังคมภายนอก ถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้บริหาร การดูแลปรับสภาพจิตใจ และความพร้อมของครอบครัวในการดูแลบุตรหลานด้วยความรับผิดชอบ ให้อดีตแห่งการกระทำเป็นบทเรียนชีวิตที่สำคัญที่สุด โดยนักวิจัยหลายๆ ท่านทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศวิเคราะห์ตรงกันว่า เครือข่ายในชุมชนและครอบครัว มีความสำคัญเป็นอันดับแรกที่จะช่วยดูแลลูกหลานเยาวชนเหล่านี้ ไม่ให้หันกลับไปกระทำความผิดซ้ำ

กิจกรรมสำคัญที่ถูกกำหนดไว้เป็นขั้นตอนตามลักษณะปัญหา อายุ วุฒิภาวะ พื้นฐานการศึกษา ที่เด็กและเยาวชนในสถานพินิจจะต้องเข้ารับการฝึกฝนให้ครบถ้วนกระบวนวิธี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการฝึกทักษะชีวิตก่อนจะกลับคืนสู่สังคม เป้าหมายคือการให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด

กิจกรรมการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำรายงานส่งให้ศาลพิจารณาถึงพัฒนาการของเด็ก ดีขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด สำหรับเยาวชนที่กระทำความผิด โดยมีการแยกเป็นเยาวชนกลุ่มเสี่ยงน้อย ปานกลาง และเสี่ยงมาก

Advertisement

เยาวชนกลุ่มเสี่ยงมากที่อาจจะกระทำความผิดซ้ำ มีการจัดพี่เลี้ยงเฝ้าติดตามประเมินผล (to follow up) และให้คำปรึกษา (counseling) ซึ่งส่วนใหญ่สามารถช่วยให้เยาวชนไม่หันมากระทำความผิดซ้ำและกลับมาอยู่ในสถานควบคุมได้

การสัมภาษณ์ตามแบบสอบถามอย่างเป็นระบบเพื่อคัดกรองเยาวชนที่กระทำผิดให้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูอย่างถูกต้องและเป็นการลดปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยประเด็นสำคัญที่นักวิจัยต่างระบุตรงกันคือ ครอบครัวและเครือข่ายในสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยดูแลเยาวชนเหล่านี้ ให้สามารถดูแลตนเองไปจนถึงเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นกำลังอันสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคตได้

เยาวชนจะต้องผ่านการฝึกอบรมแต่ละขั้นตอน ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ และการปรับตัวสู่สังคมของคนหมู่มาก ตั้งแต่เรื่องการอบรมคุณธรรมจริยธรรม หน้าที่พลเมือง การเรียนรู้ในเอกลักษณ์ของชาติ การฝึกทักษะชีวิต การแนะแนวการศึกษาต่อ หรือแนะแนววิชาชีพ การบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อตอบแทนสังคม ความมีจิตอาสา การอนุญาตให้ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ และการอนุญาตให้กลับไปอยู่กับครอบครัวชั่วคราว รวมถึงกระทั่ง หากไม่สามารถกลับไปครอบครัวตัวเองได้ก็ต้องสามารถเข้าร่วมกิจกรรมครอบครัวอุปถัมภ์ โดยหวังให้ทุกคนได้ค่อยๆ เรียนรู้และปรับตัว มีทัศนคติที่ดีต่อกัน และรักหวงแหนชาติบ้านเมือง”