รวบโจรหื่น มีดจี้ชิงทรัพย์สาว บังคับถอดเสื้อ ทำอนาจารกลางสะพานลอย

4.07.18 | 15:58 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ สน.บุปผาราม พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พร้อม พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.อุดมพล เอื้อศิลามงคล รอง ผกก.สส.สน.บุปผาราม และ พ.ต.ต.สมมาตร วงษ์ดี สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมกันจับกุมตัว นายไพศาล หรือศาล มหนิรัติศัย อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนุบุรี เลขที่ 467/2561 ลงวันที่ 3 ก.ค.ข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ, ทำอนาจารแก่บุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีฯ และพาอาวุธมีดติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร พร้อมของกลาง อาวุธมีดพับยาว 3 นิ้ว 1 เล่ม กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ 1 ชุด โดยจับกุมตัวได้ที่ปากซอยสารภี 2 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม.


พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา มี น.ส.เปรี้ยว (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 30 ปี อาชีพขายเสื้อผ้าออนไลน์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ว่า ได้เดินทางมานั่งกินหมูจุ่มกับแฟนหนุ่มที่ถนนลาดหญ้า จากนั้นได้มีปากเสียงกันจึงตัดสินใจลุกจากโต๊ะเดินเท้าหนีแฟนไปตามถนนลาดหญ้า มุ่งหน้าไปทางสะพานลอยคนข้ามปากซอยสารภี 2 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม.โดยระหว่างที่เดินเท้าอยู่นั้นก็คุยโทรศัพท์มือถือทะเลาะกับแฟนหนุ่มไปด้วยทำให้ไม่ได้ระมัดระวังตัว กระทั่งเดินขึ้นสะพานลอยไปก็มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัด ลักษณะผมบาง ตามมาประกบกอดรัดจากทางด้านหลัง ชักมีดพับปลายแหลมออกมาจี้ที่เอว ก่อนชิงทรัพย์เป็นเงินสด 1,000 บาท จากในกระเป๋าสตางค์ไป

“แทนที่คนร้ายได้เงินแล้วจะหนีไป กลับบังคับให้ผู้เสียหายถอดเสื้อที่สวมใส่ออก แล้วถลกเสื้อชั้นในลงเพื่อกระทำอนาจารบริเวณหน้าอกของผู้เสียหาย ตรงกลางสะพานลอย และพยายามจะข่มขืนกระทำชำเราด้วย แต่โชคดีที่ น.ส.เปรี้ยว มีไหวพริบ ชวนคนร้ายพูดคุยบ่ายเบี่ยงยื้อเวลา โดยเหตุผลอ้างสารพัดว่าตนเองเพิ่งผ่าตัดช่องท้องทำให้ยังมีอาการบาดเจ็บ และหากคนร้ายต้องการจะมีความสัมพันธ์ด้วยจริงๆ ก็ขอให้ไปเปิดโรงแรมและใส่ถุงยางอนามัยให้ถูกสุขลักษณะ จนคนร้ายเกิดความรำคาญ และกลัวว่าจะมีชาวบ้านเดินขึ้นสะพานลอยมาพบจึงตัดสินใจผละออกจากผู้เสียหายและเดินลง จากสะพานลอยหลบหนีเข้าไปในซอยสารภี 2” พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าว

พ.ต.อ.ภูมิยศกล่าวว่า หลังรับแจ้งความทางฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายชัดเจน จึงทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายไพศาล เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือน เม.ย.ฝ่ายสืบสวนเคยเชิญตัวมาทำประวัติและพาเข้าโครงการสมัครใจบำบัดยาเสพติดประเภทยาไอซ์มาแล้วครั้งหนี่ง จากนั้นเมื่อนำภาพของนายไพศาล ให้ น.ส.เปรี้ยว ดู ก็สามารถยืนยันตัวบุคคลได้อย่างถูกต้อง จึงเร่งให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับจากศาลและติดตามไปจับกุมตัวขณะเดินเตร็ดเตร่อยู่ในซอยสารภี 2 ไม่ไกลจุดเกิดเหตุ หลังก่อเหตุไม่ถึง 24 ชั่วโมง

Advertisement

จากการสอบสวน นายไพศาลยอมรับว่า ตนไม่มีครอบครัว และไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งเร่ร่อนใช้ชีวิตตามข้างถนน หัวลำโพง และท่าพระจันทร์ วันๆ จะหาพระปลอมราคาถูกๆ ตามท่าพระจันทร์ไปหลอกปล่อยให้ชาวบ้านเช่าเพื่อหาเลี้ยงชีพ หากได้เงินมาเยอะก็จะเปิดโรงแรมหลับนอนอาบน้ำอาบท่า แต่ถ้าช่วงไหนไม่มีเงินก็จะหลับนอนตามชานชาลาหัวลำโพงปะปนกับผู้โดยสาร ก่อนเกิดเหตุไม่มีเงินติดตัว เห็นผู้เสียหายเดินคุยโทรศัพท์มายามดึกดื่นแบบไม่ทันระวังตัว จึงถือโอกาสใช้อาวุธมีดพับเข้าไปประกบชิงทรัพย์ ทีแรกไม่ได้คิดทำอนาจารผู้เสียหายแต่อย่างใด แต่ที่ให้ถอดเสื้อก็เพราะหวังจะยื้อเวลาไม่ให้ผู้เสียหายวิ่งตามทันเท่านั้น ทว่าพอผู้เสียหายถอดเสื้อตามคำสั่งแล้วเห็นหุ่นดีจึงเข้าไปจูบลูบคลำ แต่ก็ไม่ได้ทำเกินเลยไปถึงขั้นข่มขืนกระทำชำเรา โดยวันนี้อยากฝากขอโทษผู้เสียหายด้วยในสิ่งที่ทำลงไปและขอสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปว่าหลังจากนี้หากพ้นโทษออกมาจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี

พ.ต.ท.อุดมพลกล่าวว่า โชคดีที่ทางฝ่ายสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัว นายไพศาลเอาไว้ได้ เนื่องจากขณะเข้าจับกุมตัวสามารถตรวจสอบในกระเป๋าพบทั้งมีดพับของกลางที่ใช้ก่อเหตุและยังพบมีดเล่มอื่นๆ ที่นำเงินจากการชิงทรัพย์ไปซื้อมาเพิ่มเติมอีก 2 เล่ม เชื่อว่าหากนายไพศาลหนีรอดไปได้คงจะวางแผนการลงมือกับเหยื่อรายอื่นๆ เพิ่มเติมอีกแน่นอน เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป