พยัคฆ์ไพร-กอ.รมน.อึ้ง นายทุนภูทับเบิกหัวใส หลอกรองผู้ว่า -นายพล ปลูกต้นไม้

11.04.16 | 21:02 น.

พยัคฆ์ไพร-กอ.รมน.อึ้ง นายทุนหัวใส หลอกรองผู้ว่า -นายทหารใหญ่ ปลูกต้นไม้ แปลงปลูกป่าภูทับเบิก 3 เดือนต่อมา ป่าหายเกลี้ยงกลายเป็นรีสอร์ตผุดแทน ป้ายชื่อปลูกต้นไม้รองผู้ว่า-นายทหารระเนระนาด อ้างข้าราชการใหญ่กรมอุทยานฯมีเอี่ยว

วันที่ 11 เมษายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านป้องกันและปราบปราม กรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร เปิดเผยว่า ชุดปฎิบัติการพยัคฆ์ไพร ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เข้าปฏิบัติขยายผล การบุกรุกพื้นที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ได้ขอใช้พื้นที่เขตป่าตามกฏหมายป่าไม้ พ.ศ.2484 เพื่อให้ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งได้เข้าไปทำกิน แต่ตอนหลัง มีบางส่วน ได้ขายปากเปล่าให้กับกลุ่มนายทุน จนมีการนำที่ดินบริเวณดังกล่าวไปสร้างบ้านพัก รีสอรต์ จำนวนมากโดยจากการเข้าไปตรวจสอบล่าสุดนั้น ได้มีนายทหารนอกราชการคนหนึ่ง ได้นำเอกสาร เข้าแจ้งกับทางชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร และกอ.รมน.ว่า มีนายทุนกลุ่มหนึ่งเอาที่ดินบริเวณจุดชมวิวเชิงเขาเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ไปสร้างรีสอร์ต และบ้านพักตากอากาศ โดยมีการขยายพื้นที่ สร้างรีสอร์ตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันตรวจพบประมาณ 30 หลังด้วยกัน

หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า ที่น่าตกใจ และไม่เคยเจอมาก่อนตั้งแต่ทำงานมาคือ ที่บริเวณดังกล่าวนี้ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2557 มีการทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าฯ และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกเพชรบูรณ์ เพื่อให้เข้ามาปลูกต้นไม้ ในหนังสืออ้างว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ปลูกป่าของกรมป่าไม้ มีโครงการปลูกป่าประชาอาสา ดำเนินการ และประสานงานโดย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด(ทสจ.)เพชรบูรณ์ โดยจะปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งจำนวน 400 ต้นเต็มบริเวณ ในขณะนั้น มีผู้ใหญ่ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ 2 คน และ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกเพชรบูรณ์ ได้มาร่วมทำพิธีปลูกป่าด้วย มีหลักฐานคือ ป้ายชื่อประจำต้นไม้ที่บุคคลเหล่านี้เข้าไปร่วมกิจกรรมชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา คือ เดือน ธันวาคม ปีเดียวกัน พื้นที่ปลูกป่าพญาเสือโคร่งในบริเวณดังกล่าวหายไป แต่กลับมีการสร้างรีสอร์ตขึ้นมาแทน 3 แห่ง คือ รีสอร์ตเคียงดาว รีสอร์ตสเตชั่น รีสอร์ต บีบีเอ็มรีสอร์ต ขณะนั้นทาง กอ.รมน. นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม กอ.รมน.ได้เข้าจับกุมดำเนินคดี กับรีสอร์ตทั้งหมด และอยู่ระหว่างการบังคับคดี คือ ให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้างทั้งหมดออกนอกพื้นที่

“แต่ล่าสุดที่เราสนธิกำลังเข้าไปตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติม พบว่า นอกจากกลุ่มนายทุน รีสอร์ตเหล่านี้ ไม่ยี่หระกับการจับกุมดำเนินคดี ที่ทางกอ.รมน.เคยดำเนินการไปแล้วเลย มิหนำซ้ำยังพบว่ามีการสร้างรีสอร์ตใหม่ และบ้านพักตากอากาศเพิ่มขึ้นอีก 25 หลังด้วยกัน ส่วนต้นพญาเสือโคร่ง ตามโครงการปลูกป่า 400 ต้น พร้อมระบบท่อรดน้ำนั้น ขณะนี้ไม่มีเหลือแล้ว ทั้งนี้ยังมีการก่อสร้างถนนและอาคารรีสอร์ตทับแปลงปลูกป่า จนเกือบหมด นอกจากนี้ยังพบป้ายชื่อของข้าราชการผู้ใหญ่ใน จ.เพชรบูรณ์ ที่เคยมาร่วมปลูกต้นไม้ ถูกถอนทิ้ง วางระเกะระกะอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย สอบถามข้อมูลจากนายทหารนอกราชการที่เข้ามาแจ้งเรื่อง ได้รับการบอกเล่าว่า ที่ดินผืนดังกล่าว มีข้าราชการสังกัดอุทยานแห่งชาติเขาค้อ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”นายชีวะภาพ กล่าว

หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า ถือว่า การกระทำดังกล่าวมีวิธีการค่อนข้างแยบยล วางแผนเป็นขั้นตอน แล้วยังหลอกผู้ใหญ่ให้มาปลูกต้นไม้ เพื่อการันตีว่าเป็นพื้นที่ปลูกป่า ไม่มีใครเข้าไปยุ่งแน่ๆ แต่กระทำการกันเร็วเกินไป เพราะหลังปลูกป่าแค่ 3 เดือน ก็รีบปลูกรีสอร์ตเสียแล้ว กระทั่งถูกจับแล้ว ยังไม่ยอมหยุด ไม่เกรงกลัวกฏหมายบ้านเมือง ยังสร้างต่อขยายพื้นที่ออกไปอีก หลังจากนี้ ทางชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร จะมีการขยายผลเพิ่มเติมในส่วนที่บอกว่ามีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะนี้ทราบแล้วว่าเป็นใคร และจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมเร็วที่สุด

Advertisement

นายชีวะภาพ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการทำงานในพื้นที่ภูทับเบิกนั้น พบว่า มีรีสอร์ตบนภูทับเบิก จำนวน 101 แปลง คาดว่าจะเป็นของกลุ่มทุน จำนวน 61 รีสอร์ตและเป็นของกลุ่มชาวม้ง 40 รีสอร์ต และได้ดำเนินคดีตรวจยึดไปแล้วทั้งหมด 47 คดี และรอขยายผลการตรวจสอบ 2 รีสอร์ต และ ใน 47 คดีมีกำลังอยู่ในขบวนการบังคับคดีจำนวน 18 คดี