เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เนติ วงศ์กุหลาบ รอง ผกก.4 บก.ป.พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.อนุชา ศรีส่าโรง สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายปิญช์ มาลากุล ณ อยุธยา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 541 ซอยประวิทย์และเพื่อน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ตามหมายจับศาลแขวงนครปฐม ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2560 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” ได้ที่วัดป่าห้วยบง ต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา
ทั้งนี้ ชุดจับกุมรับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูก นายปิญช์อ้างว่าได้รับสิทธิพิเศษจากรัฐบาลไทยให้เข้าไปลงทุนโครงการก่อสร้างในประเทศเพื่อนบ้านโดยจะให้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนจำนวนมหาศาล ผู้เสียหายหลงเชื่อเนื่องจากผู้ต้องหามีนามสกุลดังแถมยังอ้างด้วยว่าสนิทกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล คสช. จึงร่วมลงทุนกับผู้ต้องหา จำนวน 5 ล้านบาท ต่อมาผู้เสียหายทวงถามส่วนแบ่งผลกำไรจากการลงทุนแต่ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนไม่สามารถติดต่อได้ จึงมั่นใจว่าถูกโกงจึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม กระทั่งศาลออกหมายจับต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. สืบทราบว่านายปิญช์หลบหนีมาบวชพระอยู่ที่วัดป่าห้วยบง จึงเข้าจับกุม สอบสวนรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว ดำเนินคดีต่อไป

สำหรับนายปิญช์นั้นเคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชากรไทย โดยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 เคยถูกจับกุมดำเนินคดีพร้อมกับ น.ส.จุฬาลักษณ์ ฟอสเตอร์ หรือ “หม่อมอุ๋มอิ๋ม” หลังอ้างตัวเป็นราชนิกุล เข้าไปขอเคลียร์ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน จับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเอกสารที่มีตราประทับ ประจำราชสกุลที่ผู้ต้องหาแอบอ้างปรากฏว่าเป็นเอกสารปลอม จึงถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานซึ่งทำให้ประชาชนหรือผู้อื่นได้รับความเสียหาย และใช้เอกสารปลอม
นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบอีกว่ามีผู้เสียหายที่ถูก นายปิญช์หลอกลวงว่าสามารถวิ่งเต้นติดต่อผู้ใหญ่ในรัฐบาลปัจจุบันให้ได้รับเหมาส่งอาหารให้กับเรือนจำทั่วประเทศได้ แต่มีค่าใช้จ่ายในการวิ่งเต้น ผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเงิน 3 ล้านบาท และยังมีผู้เสียหายอีกรายหลายที่ถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวกำลังทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดี

