เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยในการแถลงข่าวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ประจำสัปดาห์ ถึงประเด็นความคืบหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (พ.ศ.2559-2567) ขณะนี้ กคช.ได้ดำเนินโครงการระยะที่ 1 ด้วยการก่อสร้างอาคารพักอาศัยแปลงจี สูง 28 ชั้นมี 334 หน่วย ขนาดพื้นที่ห้อง 33 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนวิภาวดีรังสิตตัดกับถนนดินแดงเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงตกแต่งภายในนิดหน่อย ก่อนจะเริ่มขนย้ายผู้อยู่อาศัยเดิมของอาคารแฟลตดินแดง 18-22 เข้าอาคารใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยให้ค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสิ่งของครัวเรือนละ 10,000 บาท แต่หากประสงค์จะย้ายไปอยู่ที่อื่นจะมีค่าขายสิทธิ์ให้ครัวเรือนละ 400,000 บาท ซึ่งในส่วนนี้รับทราบว่ามีน้อยมาก ทั้งนี้ กคช.ได้รับเกียรติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานเปิดอาคารแปลงจีในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้
นายธัชพลกล่าวอีกว่า โดยสำหรับอัตราค่าเช่าใหม่ ในส่วนผู้อยู่อาศัยเดิมจะจ่ายที่จ่ายในปัจจุบันเป็นหลัก เพิ่มเติมค่าสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ 825 บาทต่อเดือน อาทิ หากจ่ายค่าเช่าน้อยสุดอยู่ที่ 300 บาทต่อเดือน ก็บวกค่าสาธารณูปโภคฯ 825 บาท และค่าภาษีโรงเรือน 141 บาท รวมจ่าย 1,266 บาทต่อเดือน หรือหากจ่ายค่าเช่ามากสุดอยู่ที่ 3,000 บาทต่อเดือน รวมหมดแล้วก็จ่ายเพียง 4,303 บาทต่อเดือน ซึ่งภายในโครงการจะมีระบบรักษาความปลอดภัย อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เข้าออกด้วยคีย์การ์ดและมีกล้องวงจรปิด ฟรีไวไฟบริเวณพื้นที่สาธารณะ มีทางลาดสำหรับรถเข็นเกือบทุกพื้นที่ของอาคาร รองรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย
ผู้ว่าฯกคช.กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน กคช.เตรียมขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูชุมชนเมืองดินแดง ระยะที่ 2 ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม รวมถึงระยะที่ 3, 4 ที่เริ่มรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ที่กคช.จะร่วมทุนกับภาคเอกชนในการก่อสร้าง ซึ่งอยู่ระหว่างให้กระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรับมนตรีพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) กคช.เตรียมร่วมทุนกับภาคเอกชน ในลักษณะปล่อยให้เอกชนเช่าที่ดินและลงทุนสร้างที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันยังเป็นพี่เลี้ยงให้กับโครงการที่อยู่อาศัยของภาคประชาชน ที่อยากรวมตัวกันสร้างที่อยู่อาศัยเอง โดยเข้าไปให้คำปรึกษา ดูระบบ มาตรฐาน และช่วยเจรจากับธนาคารให้ เหล่านี้ถือเป็นมิติใหม่ในการทำงานของ กคช.ที่จะให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัย โดยที่รัฐไม่ต้องลงทุนสร้างเองทั้งหมด

