“ปนัดดา”บรรยายนร.นอ.รุ่น75-76 บอก “อำนาจต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ”

5.07.18 | 21:14 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม บรรยายพิเศษ เรื่อง ‘สถาบันพระมหากษัตริย์กับความมั่นคงของชาติ’ ให้แก่ข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษ ทั้งในและนอกสังกัด กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเข้ารับการศึกษาอบรมตามโครงการศึกษาอบรม ‘หลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 75 และ 76’ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ณ ห้องประชุม ชั้น 4 ตึกสำนักอธิการ วิทยาลัยการปกครอง คลอง 6 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตอนหนึ่งว่า


“ในสมัยที่วิทยากรเข้ารับราชการใหม่ๆ เป็นช่วงรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พลเอก สิทธิ จิรโรจน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิศาล มูลศาสตรสาทร เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านผู้ใหญ่สมัยนั้นจะเมตตาสอนเราทุกคนเหมือนลูกหลาน ซึ่งเราเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ท่านทั้งอบรมและสั่งสอนเหมือนครูอาจารย์ว่า ให้มองหาแบบอย่างบุคคลในการปฏิบัติราชการ คือ ไม่มีไม่ได้ และสมควรเป็นต้นแบบที่เราจะสามารถยึดมั่นเป็นแนวทางการทำงานกับอีกทั้งวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติราชการตลอดไปจนกระทั่งเกษียณ

ว่าที่นายอำเภอทุกท่านรับราชการกันมาแล้วคนละหลายๆ ปีกว่าจะมาเข้าหลักสูตรนี้ คงต้องได้ผ่านประสบการณ์เรื่องการคบหาสมาคมกับผู้คนมาอย่างหลากหลาย กล่าวคือเป็นทั้งบุคคลประเภทบวกและลบ แต่น้องๆ ทุกคนก็มิได้ย่อท้อ ต่างมีความเพียร ยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักในการครองตน ครองคน และครองงาน ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กระทั่งปรากฏผลสัมฤทธิ์ให้ได้แลเห็นในวันนี้

คำว่า ‘มหาดไทย’ มาจากภาษาสันสกฤต มีความหมายตามที่องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยได้ทรงนิยามไว้ คือ ‘มีความเมตตายิ่ง กรุณายิ่ง’ และการใช้อำนาจต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ กอปรกับการใช้ปัญญาและความสุขุมรอบคอบในการแก้ไขปัญหา หาใช่การใช้อำนาจชนิดเลยเถิด หรือขาดความยับยั้งชั่งใจ ที่เรียกว่าผลีผลาม กระทั่งทำให้งานในหน้าที่รับผิดชอบเกิดความบกพร่องเสียหาย

Advertisement

อีกประการสำคัญในอดีตที่ผู้บริหารจะมีข้อควรคำนึงอยู่ในใจ ว่าหากมอบหมายงานให้แก่ผู้ใด แล้วผู้นั้นตอบว่าได้โดยเร็ว และอ้ายโน่นก็ทำได้อ้ายนี่ก็ง่ายหละก้อ ให้เตรียมหาคนใหม่ไว้ได้ แต่หากผู้ใดซักถามถี่ถ้วนเห็นความยากลำบาก เรานอนตาหลับได้

ภูมิภาคกับท้องถิ่นจะต่างกันอย่างชัดเจนตรงที่ว่า ‘ข้าราชการภูมิภาค’ ในครั้งวิทยากรเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณ จะเป็นข้าราชการซึ่งมีภูมิลำเนาจากต่างพื้นที่ เช่น ตำแหน่งนายอำเภอ ผู้ว่าฯ ที่จะทำให้การทำงานเกิดธรรมาภิบาล ไม่ซ้ำซ้อนกับแนวคิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะเป็นคนในพื้นที่หรือเจ้าบ้าน การปฏิบัติราชการจะเกิดการถ่วงดุลที่เหมาะสม ท่านสอนว่าข้าราชการต้องไม่เป็นบุคคลพิเศษหรือต่างชาติเรียกวีไอพี ในทางกลับกัน ข้าราชการคือข้าของแผ่นดิน เป็นข้าราชการของประชาชน เป็นพลังของแผ่นดิน ติดดิน”