รับศพแม่บ้านเหยื่อกระสุนอดีตตร.ไปทำพิธี ขณะที่มือปืนโหดไร้เงาญาติ

6.07.18 | 16:50 น.

จากกรณีนายปิยวัฒน์ เมษศิริฤกษ์ อายุ 56 ปี ก่อเหตุคลุ้มคลั่ง และใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงน.ส.สิริพร โภชนดา อายุ 64 ปี แม่บ้าน เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 68/14 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.ซึ่งบ้านหลังนี้แบ่งเป็นห้องให้เช่าพักอาศัย ก่อนคนร้ายใช้ปืนยิงขมับตัวเองตายในห้องเช่าชั้น 3 ของตัวบ้าน เบื้องต้นคาดเกิดจากความเครียดเรื่องครอบครัวที่เคยหย่าร้างกับอดีตภรรยามานาน หนำซ้ำยังเคยมีปัญหาบาดหมางกับทางคู่กรณีอยู่บ่อยครั้ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมาตามที่นำเสนอข่าวไปแล้ว


เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 6 กรกฎาคม น.ส.สิริวรรณ โภชนดา อายุ 62 ปี น้องสาวของ น.ส.สิริพร ผู้ตายพร้อมญาติๆ ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพจากภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.ศิริราช ท่ามกลางบรรยากาศสุดโศกเศร้า ต่างจากฝ่ายของ นายปิยวัฒน์ ผู้ก่อเหตุซึ่งศพก็ถูกส่งมาผ่าชันสูตรที่เดียวกัน ทว่าตั้งแต่ช่วงเช้ายังไม่มีญาติมาขอรับศพแต่ประการใด จากการสอบถาม น.ส.สิริพร เบื้องต้นกล่าวเพียงสั้นว่า จะนำศพพี่สาวไปสวดพระอภิธรรมศพที่วัดรวกสุทธาราม ซอยจรัญสนิทวงศ์ 33 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. เป็นเวลา 3 คืน ก่อนจะทำพิธีฌาปนกิจ เนื่องจากญาติส่วนใหญ่อยู่ไกล แต่บรรดาคนรู้จักของผู้ตายมักจะอาศัยอยู่ละแวกนี้จึงตัดสินใจไว้วัดดังกล่าว ส่วนความคืบหน้าของฝ่ายคู่กรณีนั้นยังไม่มีใครมาขอเจรจาเรื่องใดๆ กับฝ่ายตนคาดว่าญาติพี่น้องทางฝ่ายคู่กรณีก็ยังไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

จากการสอบถาม นายธวัชชัย สาธร อายุ 44 ปี ช่างประจำหอพักที่เดินทางมารับศพด้วย ให้ข้อมูลว่าสนิทสนมกับผู้ตายทั้ง 2 คน ทั้ง น.ส.สิริพร แม่บ้านซึ่งเป็นคนปากร้ายใจดี และ นายปิยวัฒน์ ผู้เช่าซึ่งมีบุคลิกเหมือนคนเก็บกดตลอดเวลา เป็นอย่างดี บุคคลคู่นี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ถกเถียงทะเลาะเบาะแว้งกันแทบทุกเรื่องในหอพัก ทั้งเรื่องขับขี่ รถ จยย.เข้าออกหอพักส่งเสียงดัง การที่ นายปิยวัฒน์ วางข้าวของระเกะระกะหน้าห้องพัก แม้กระทั่งเรื่องที่นายปิยวัฒน์ ล้างจานชามในอ่างล้างหน้าทำให้ท่อน้ำอุดตันก็ถูก น.ส.สิริพร ตักเตือน ก่อนหน้านี้ น.ส.สิริพร เคยเล่าให้ตนฟังว่าทะเลาะ นายปิยวัฒน์ และถูก นายปิยวัฒน์ ชักปืนออกมาขู่ครั้งหนึ่งแต่ไม่กล้ายิง จึงไม่ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ โดยตนไม่คิดว่าในที่สุดเรื่องจะบานปลายจนทั้งคู่ต้องจบชีวิตลงหอพักแห่งนี้

นายธวัชชัย เล่าด้วยว่า นายปิยวัฒน์ ถือเป็นผู้เช่าเก่าแก่ที่สุดของหอพักเพราะอยู่มานานหลายปี ปกติจะใช้ชีวิตเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องพัก ไม่เคยมีญาติพี่น้อง หรือเพื่อนมาหาแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เป็นภาพคุ้นตาตนและชาวบ้านก็คือทุกๆ วันช่วงค่ำๆ นายปิยวัฒน์ จะต้องขับ รถ จยย.ออกไปซื้อเหล้าซื้อเบียร์กลับมาที่ห้องเพื่อกินดื่มคนเดียว บางครั้งเจ้าตัวอยากมีเพื่อนดื่มก็จะชวนตนเข้าไปดื่มด้วย เมื่อพูดจาถูกคอก็จะนำอาวุธปืนยาว 2 กระบอก และปืนสั้นอีก 2 กระบอก รวมทั้งสิ้น 4 กระบอกออกมาโชว์ให้ดู แรกๆ ตนสงสัยว่าเหตุใดจึงสะสมปืนเยอะขนาดนี้ เจ้าตัวก็อ้างว่าเคยเป็นอดีตตำรวจแต่ลาออกจากราชการมาแล้วจึงปักใจเชื่อมาตั้งแต่นั้น ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้ชีวิตลำพังเพราะพ่อแม่ถูกฆ่าตายตั้งแต่ตัวเองยังเด็ก พอมีภรรยาก็ต้องเลิกราตั้งแต่ลูกชายคนโตมีอายุได้เพียง 3 ขวบ ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน มีแต่ที่ดินมรดก จำนวน 2 ผืน ของพ่อกับแม่ ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งขายได้เงินรวมกันกว่า 2.8 ล้านบาท นำเงินมาเลี้ยงชีพอยู่ได้ทุกวันนี้

Advertisement

“ส่วนสาเหตุที่ นายปิยวัฒน์ ระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนต้องใช้ปืนตัดสินปัญหานั้นคาดว่าเจ้าตัวคงเครียดที่ระยะหลังๆ เงินซึ่งได้มาจากการขายที่ดินเริ่มหมดลง ประกอบกับไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ หรือเพื่อนฝูงไว้คอยให้คำปรึกษา กระทั่งขณะเกิดเหตุ น.ส.สิริพร ก็คงจะเอ่ยปากว่ากล่าวตักเตือน นายปิยวัฒน์ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นจังหวะที่ นายปิยวัฒน์ มีอาการเมาสุราอยู่พอดีจึงลั่นไกยิง น.ส.สิริพร จนเสียชีวิตและเดินขึ้นบันไดไปขังตัวเองอยู่ในห้องพัก กระทั่งมีผู้มาพบศพและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ จน นายปิยวัฒน์ เกิดความกดดันยิงตัวเองตาย โดยหลังจากนี้ผู้เช่าที่ยังหลงเหลืออีกเพียง 1 ห้อง ได้ขอแจ้งความประสงค์จะย้ายออกในช่วงสิ้นเดือนนี้แล้ว ต่อไปเจ้าของหอพักก็น่าจะปิดตาย คงไม่เปิดให้ใครมาขอแบ่งห้องเช่าพักต่อไปอีก” นายธวัชชัย กล่าว