‘ณรงค์ศักดิ์’ ยอมรับเครียดเหมือนแบกภูเขาไว้บนบ่า ยืนยันทุกคนเต็มที่ ทำงานแข่งเวลา ชี้กู้ภัยยากกว่าค้นหามาก

7.07.18 | 12:42 น.

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ที่ทีมฟุตบอลหมูป่า 13 ชีวิตติดอยู่ภายในถ้ำหลวงว่า การกู้ภัยมีความยากถึง 50-60% ขึ้นไป ไม่ได้ง่ายเท่าการค้นหาที่มีความยากแค่ 25% สำหรับการส่งกลับเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งการค้นหาเปรียบเหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร ซึ่งมองว่ายากแต่ก็สามารถทำได้แล้ว แต่การกู้ภัยนั้นยากกว่า เพราะสถานการณ์ไม่ธรรมดา ทั่วโลกบอกไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมองว่า สถานการณ์เมื่อ 8 วันที่แล้ว ต่างกันมากจากช่วงเวลาก่อนหน้านี้ และอาจทำให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศมีมากขึ้น อาจมาโดยรัฐบาลหรือองค์กรใหญ่ๆ เพราะสามารถเข้ามาศึกษาสถานการณ์สภาพแวดล้อมที่เอาไปใช้กับประเทศเขาในอนาคตได้ หลายประเทศมีอุปกรณ์และงานวิจัยมาทดลองที่นี่

นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการนำเด็กออกมาจากถ้ำนั้น กำลังพยายามกู้ภัยเต็มที่เพราะเป็นความคาดหวังของทั้งประเทศและทั่วโลก ความยาก คนที่ไม่ได้อยู่หน้างานไม่มีทางเข้าใจ แม้แต่นักดำน้ำที่เข้ามาก็ระบุว่าความสามารถของตนเข้าไปได้ที่โถงสาม จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ ศักยภาพ และโดยเฉพาะทักษะของนักดำน้ำเป็นอย่างมาก ขณะนี้ยังเดินหน้าหาโพรงเหนือถ้ำอยู่แต่ยังไม่ตรงกับจุดที่เด็กอยู่ เพราะเทคโนโลยีที่มียังระบุพิกัดที่ชัดเจนไม่ได้ สำหรับกรณีเหมืองถล่มในประเทศชิลีนั้นใช้เวลาเจาะถึง 2 เดือน แม้จะรู้เป้าหมายที่ชัดเจน มีทฤษฎีมากแต่ยังไม่สำเร็จ

“ปัญหาเรื่องน้ำประสบความสำเร็จมากแม้เมื่อวานฝนตก สำหรับอากาศภายในถ้ำที่หลายฝ่ายกังวลเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่ออยู่ในที่จำกัดเมื่อหายใจออกมาคาร์บอนไดออกไซด์จะออกมาแทน และหากออกซิเจนลดต่ำกว่า 12% จะทำให้เป็นอันตรายได้ และทำให้ปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนได้ แม้ว่าจะมีออกซิเจนมากขนาดไหน จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญ จึงจำเป็นต้องเพิ่มออกซิเจนทุกจุดด้านในถ้ำด้วยการปั๊มอากาศบริสุทธิ์เข้าไป พร้อมถอนกำลังบางส่วนที่ไม่จำเป็นออกมา เพราะไม่อยากทำให้คนของเราเป็นลมและเกิดเหตุฉุกเฉินอีก ยิ่งทั้งการดำน้ำไปถายในจุดที่เด็กอยู่มีความยากลำบากมาก โดยเฉพาะการหายใจทำให้จำเป็นต้องวางถังออกซิเจนให้ได้มากที่สุด” ณรงค์ศักดิ์กล่าว

นายณรงค์ศักดิ์ระบุว่า อีกประเด็นนึงจากทีมที่เคยวิจัยระบุว่าหากถึงหน้าน้ำ น้ำจะท่วมถึงจุดที่เด็กอยู่ ถือว่าเป็นการทำงานแข่งกับเวลาและต้องแบกรับความคาดหวัง ยอมรับว่าทุกคนมีความเครียด เหมือนแบกภูเขาอยู่บนบ่าจะตัดสินใจเรื่องใดต้องคุยกันให้เด็ดขาด และเมื่อถึงเวลาที่สมบูรณ์ที่สุดอาจจะต้องเข้าไปทำแผนใดแผนหนึ่งให้สำเร็จ เช่น การนำเด็กออกมาให้ได้ แต่ต้องให้น้ำเป็นศูนย์ ซึ่งใช้เวลา ธ.ค.-ม.ค. มีความเป็นไปได้ยากมาก หรือแผนรองลงมาก็คือ น้ำอยู่ในสถานการณ์ที่ดีพอจะเคลื่อนย้ายกำลังพลต่างๆ ได้ ส่วนเด็กตอนนี้ยังสบายดีแม้มีบาดเจ็บและอ่อนเพลียเล็กน้อยแต่ยังพูดคุยรู้เรื่อง ทีมงานจะต้องดูว่ามีโอกาสอื่นหรือไม่ หรือหากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นก็จะต้องมีการตัดสินใจอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ย้ำว่าใช้คำว่า พยายาม ทำดีที่สุดแล้ว ไม่ได้ยืนยันว่าจะไม่เกิดปัญหา ยืนยันว่าทุกคนในหน้างานทราบสถานการณ์และข้อจำกัดดี จำเป็นต้องมองในหลายมุม มีแผนหลัก 2 แผนแต่ยังมีอีกหลายวิธีการ ภายใน 2-3 วันนี้ สถานการณ์ของอากาศและสุขภาพเด็กจะเหมาะสมที่สุด ในตอนนี้เหมือนว่าสงครามกับน้ำและเวลา การพบตัวยังไม่ได้หมายความว่าสำเร็จเป็นเพียงความภูมิใจในระดับหนึ่งจนกว่าจะส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย

Advertisement

โดยวันนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญกู้ภัยในถ้ำโดยตรงจากต่างประเทศมาเสริมอีก 2 ชุดใหญ่ ทั้งนี้ นายณรงค์ศักดิ์ได้กล่าวว่า ขอกราบขอบคุณครอบครัวของ จ.อ.สมาน กุนัน ที่ให้เข้ามาช่วย แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้ต้องวางแผนรอบคอบอีกครั้ง ทุกแผนทีมปฏิบัติได้ซ้อมมาหมดแล้วอยู่ที่นอกพื้นที่เพื่อนำไปปรับแผนต่อไป