จาก‘ชุมชน’ป้อมมหากาฬ สู่ปอดแห่งใหม่ของคนกรุง

8.07.18 | 15:57 น.

หลังกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปิดจ๊อบ “ชุมชนป้อมมหากาฬ” ได้ในยุค พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ได้มีการเดินหน้าปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่เป็น “สวนสาธารณะ” ทันที

โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป้อมมหากาฬ เพื่อทำสวนสาธารณะและอนุรักษ์โบราณสถานแห่งชาตินั้น ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2516 หลังจากเมื่อปี 2492 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนป้อมมหากาฬและกำแพงเป็นโบราณสถาน ทำให้ระหว่างปี 2503-2516 กทม.เริ่มทยอยจัดซื้อที่ดิน จำนวน 3 แปลง เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ และกระทรวงการคลังยังได้มอบที่ดินให้ กทม.อีก 1 แปลง กทม.จึงมีที่ดินรวม 1 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา (ตร.ว.) โดยขณะนั้นมีบ้านเรือนประชาชน จำนวน 102 หลัง ต่อมาปี 2535 ประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดิน 3 ไร่ 1 งาน 34.35 ตร.ว. โดยใช้งบประมาณ 230 ล้านบาทเป็นค่าเวนคืนที่ดินและเงินชดเชย แต่ กทม.ก็ยังไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์

กระทั่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2545 คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ปี 2547 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีความเห็นสรุปให้ กทม.ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืน จึงมีความพยายามเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่อยมา และล่าสุดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยังมีหนังสือที่ ตผ.0017/1114 ลงวันที่ 5 เมษายน 2561 ให้ กทม.ดำเนินการโครงการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ในพื้นที่รวม 4 ไร่ 3 งาน 59.35 ตร.ว.

ล่าสุด นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม.บอกว่า ในภาพรวมเหลือเนื้องานต้องเก็บรายละเอียดเล็กน้อย แต่ได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าใช้พื้นที่ในบางส่วนแล้ว พร้อมกับมีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และจัดทำราวเหล็กกันตกคลองโอ่งอ่าง เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยแก่ประชาชน

Advertisement

“ขณะนี้ประชาชนสามารถเข้าไปใช้บริการเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้ โดยเดินผ่านประตูทั้ง 4 ด้าน รอบป้อมมหากาฬ ซึ่งไม่มีการปิดห้ามเข้า รวมถึงมีห้องน้ำชั่วคราวไว้บริการประชาชน โดยได้รับบริจาคจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี แต่ในอนาคตจะมีการกำหนดจุดติดตั้ง
ให้สวยงาม เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพ” นายจักกพันธุ์กล่าว และว่า

นอกจากนี้ยังมีงานบูรณะอาคารพระยาญาณประกาศ ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวให้คงอยู่คู่กับโบราณสถานด้วย ซึ่งได้ให้สำนักผังเมือง กทม.ศึกษาข้อมูล เพื่อจัดทำนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ป้อมมหากาฬ อาทิ เรื่องราวของป้อมปราการพระนครทั้ง 14 ป้อม ที่ปัจจุบันเหลือเพียงป้อมมหากาฬและป้อมพระสุเมรุเท่านั้นความสำคัญเกาะรัตนโกสินทร์ และข้อมูลท่องเที่ยวสถานที่สำคัญโดยรอบ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมา

สำหรับโซนนิทรรศการนั้น นายจักกพันธุ์กล่าวว่า คาดว่าจะเปิดให้เข้าชมได้เดือนกรกฎาคมนี้ และระหว่างที่งานปรับปรุงยังไม่สมบูรณ์ ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพระนครจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตรา
และอยู่ประจำป้อมตลอด 24 ชม. เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประชาชน

ส่วนแผนปรับปรุงภูมิทัศน์ถาวร นายจักกพันธุ์กล่าวว่า สำนักผังเมือง กทม.อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดว่าหลังจากนี้จะเพิ่มเติมในส่วนใดอีก ขณะที่การปรับปรุงตัวป้อมและกำแพง สำนักงบประมาณเห็นชอบงบ 69 ล้านบาท แล้ว แต่กรมศิลปากรอยู่ระหว่างพิจารณาวิธีการบูรณะ เช่น วิธีการเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้แก่ตัวป้อม ที่จะต้องไม่กระทบต่อโบราณสถาน เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบูรณะโบราณสถานได้ภายในปีนี้เช่นกัน

จึงต้องเร่ง “ปิดจ๊อบ” ให้สำเร็จ!

นฤมล รัตนสุวรรณ์
[email protected]