‘บิ๊กโจ๊ก’ เตรียมลุยภูเก็ต เช็กบิลนอมินีข้ามชาติ ถือหุ้นธุรกิจเรือนำเที่ยว

8.07.18 | 19:40 น.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมรามราฆพ สนามม้านางเลิ้ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวถึงกรณีการดำเนินการหลังเรือนักท่องเที่ยวชื่อฟีนิกซ์ ไดร์วิ่ง บรรทุกผู้โดยสาร รวมไดมาสเตอร์ จำนวน 97 คน ล่มบริเวณเกาะเฮ ม.3 ต.ราไวย์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.45 น. ลำที่ 2 เรือเซเรเนต้า เกิดเหตุเรือล่มที่เกาะไม้ท่อนมีผู้โดยสารประมาณ 39 คน และเรือเจ็ตสกี 1 ลำ ผู้โดยสาร 2 คน เหตุการณ์นี้มีผู้โดยสารประสบเหตุรวม 138 คน ว่าตอนนี้เรามีข้อมูลความเชื่อมโยง 7-8 บริษัท ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ก็ได้สั่งการกำชับโดยชัดเจนว่าจะต้องปราบปรามนอมินีข้ามชาติ ที่ผ่านมาไม่ว่าเรือล่ม เรืออับปางจะเป็นลักษณะเช่นนี้หมด ในส่วนที่เรามีข้อมูลในมือตอนนี้ไม่ใช่เฉพาะบริษัทเจ้าของเรือที่เกิดเหตุอย่างเดียว เราจะดำเนินการกับบริษัทที่ประกอบธุรกรรมเเบบนอมินีทุกราย พร้อมทั้งการดำเนินการทางภาษี จากพฤติการณ์ที่มีการหลีกเลี่ยงภาษีอากร เเละฟอกเงินยึดทรัพย์


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจนการดำเนินคดีบริษัทเหล่านี้ ซึ่งในเรื่องที่เกิดขึ้นตนได้ข้อมูลจากคนไทยที่เป็นเจ้าของธุรกิจในภูเก็ต ว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้รายได้ไม่เข้าประเทศเเละยังเกิดเหตุการณ์เเบบนี้ เจ้าของกิจการที่เป็นนอมินีไม่ได้มีความรู้เรื่องการดูเเลรักษาเรือ การเอาเรือออกทะเล รวมถึงการซื้อทัวร์ในลักษณะเอฟไอที จองออนไลน์จากต่างประเทศ ที่จะต้องบังคับออกเรือ เเม้คลื่นลมจะเเรงก็ยังจะเอาเรือออก ตรงนี้เป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวอย่างมาก อย่างเจ้าของเรือคนไทยก็ไม่มีใครเขาออกทะเล จากนี้เราจะปราบทุนนอมินีต่างชาติให้ราบคาบบริษัทไหนยังกระทำเเบบนี้ต้องเลิกเด็ดขาด ส่วนเรื่องเชิงลึกความเชื่อมโยงเงินทุนเราจะลงไปดูอย่างใกล้ชิด โดยวันพรุ่งนี้ตนจะลงพื้นที่ไปภูเก็ตเราจะใช้ยาเเรงทั้งหมดจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งกรมเจ้าท่าก็ได้เพิกถอนใบอนุญาตคนขับเรือนายท้ายเรือไปเเล้ว ส่วนกรมการท่องเที่ยวก็จะได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหลังจากพักใช้ใบอนุญาตไปเเล้ว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนความผิดที่ สภ.อ.เมืองภูเก็ต เเจ้งข้อกล่าวหากับคนขับเรือเเละนายท้ายเรือไปเบื้องต้นคือกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตายเเละได้รับอันตรายเเก่กายสาหัส ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวเเต่ตัวยังอยู่ที่ภูเก็ต ส่วนความผิดเกี่ยวกับนอมินีต่างชาติยังขอเวลาอีกหน่อย บริษัทนอมินีข้ามชาติต้องไม่มีที่ยืนซึ่งเราคาดว่ามีบริษัทเหล่านี้ไม่ต่ำกว่า 10 บริษัท

“เมื่อเดือนที่เเล้วเป็นลูกจ้างรายได้เดือนละหมื่นสองพันบาท เดือนนี้อยู่ดีๆ มาเป็นเจ้าของเรือยอชต์เจ้าของบริษัทมีทุนจดทะเบียนพันล้านจะเป็นไปได้อย่างไร จะเอาความรู้ที่ไหนไปดูเเล ตัดสินใจให้เรือออกหรือไม่ออกอย่างไร” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว

Advertisement

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ในเรื่องไลฟ์การ์ดที่อยู่เเนวชายหาดภูเก็ตก็จะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อดูเเลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าภูเก็ตวันละ 20,000-30,000 คน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า บางบริษัทที่เป็นเป้าหมายมีความเกี่ยวข้องกับบริษัททรานลี่ ทราเวิล จำกัด ที่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีไปเมื่อปี 2559 และได้ยึดทรัพย์ไปกว่า 2 ร้อยล้านบาท ที่สุดท้ายศาลมีคำพิพากษาสั่งจำคุกผู้กระทำผิด ฐานเป็นอั้งยี่เป็นเวลากว่า 7 ปี ด้วย