‘รองโจ๊ก’ สั่งถอนวีซ่า ผจก.บ.เลซีแคท ทราเวลพร้อมคุมตัวไว้ตม.ภูเก็ตแจ้งข้อหาประมาท

9.07.18 | 16:18 น.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ปราบปรามอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2558 กรณีทัวร์ศูนย์เหรียญ นอมินีข้ามชาติ สาเหตุที่มีนอมินีข้ามชาติ เพราะนายทุนไม่สามารถเข้ามาถือครองกิจการในประเทศไทยได้ด้วยตนเอง จึงอาศัยการจ้างคนไทยมาเป็นเจ้าของบริษัท หรือใช้วิธีสวมบัตรประชาชน หลัง บช.ทท.ใช้วิธีการปราบปรามการสวมบัตรประชาชนอย่างจริงจัง นายทุนเหล่านี้จึงเปลี่ยนมาเป็นการจ้างคนไทยมาเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อจ้างคนไทยมาเป็นเจ้าของกิจการ จึงเข้าสู่วงจรการจ้างไกด์ที่ไม่ใช่คนไทย โรงแรมที่ให้พักก็เป็นโรงแรมที่ไม่ถูกต้อง เป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ผลร้ายที่ตามมา คือ กรณีเรืออับปาง เรือไฟไหม้ ตามมาเป็นระยะ การที่มีบุคคลเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการ ที่ไม่มีความรู้จริงเรื่องเรือ ไม่มีความรู้เรื่องการดูแลรักษา การกำกับเรือ มุ่งเน้นแต่ประโยชน์ส่วนตน หาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ไม่มีการคำนึงถึงความปลอดภัย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเรือล่มครั้งนี้ คนในพื้นที่ เจ้าของกิจการคนไทย ที่เป็นเจ้าของจริงๆ ได้ให้ข้อมูลมากมาย จะเห็นได้ว่าเจ้าของกิจการจริงไม่มีใครออกเรือในวันดังกล่าว เนื่องจากเจ้าของจริงๆ ไม่มีใครอยากให้เรือเสียหาย ไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รับอันตราย แต่บริษัทนอมินีเหล่าออกเรือเพื่ออะไร เพราะมีการสั่งงานจากคนอื่น ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของกิจการที่แท้จริงก็ไม่รู้เรื่อง จากนี้เราจะดำเนินการไล่ทั้งหมด ทั้งเรื่องการตรวจสอบภาษี เงินทุนเอามาจากไหน จากนี้ทุกส่วนต้องร่วมกัน จากนี้ใครจะมาจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว จะถูกตรวจสอบว่าปีที่ผ่านมามีการเสียภาษีเท่าไหร่ มีรายได้เท่าไหร่ จึงมาเป็นเจ้าของกิจการเงินทุนเป็หลักล้าน เป็นการนำเงินมาจากไหน ถ้าเราไม่ปราบปรามตั้งแต่วันนี้ วิธีการอย่างนี้จะเข้ามาใช้ทรัพยากรในประเทศ และนำเงินออกไปนอกประเทศ การกระทำดังกล่าวคนไทยจะไม่มีที่ยืน ไกด์คนไทยจะไม่มีงานทำ ดังนั้น การกระทำดังกล่าวต้องหมดไปจากประเทศไทย จะต้องไม่มีบริษัทอย่างนี้ สำหรับผู้จัดการบริษัทเลซี่ แคท ทราเวล ที่เช่าเรือเซเนเรต้า ซึ่งเป็นคนจีน ตนได้ประสาน บช.สตม.ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าไปแล้ว และนำตัวไปควบคุมที่ห้องกักของ ตม.ภูเก็ต พร้อมแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากนี้วิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือ ต้องดำเนินการตรวจสอบ ดำเนินคดี แล้วปิดบริษัท ถ้าไม่มีคนไทยรับเป็นเจ้าของบริษัท คนต่างประเทศก็เข้ามาทำอะไรไม่ได้ วันนี้เราต้องดำเนินคดีกับคนไทยทั้งหมดที่ทำอย่างนี้ สำหรับชื่อนายทุนเรามีข้อมูลหมดแล้ว เป็นชาวต่างชาติ ที่เป็นกลุ่มเดิมๆ และมีบางส่วนที่เป็นกลุ่มใหม่ๆ อาศัยทำมาหากินในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ จากนี้ตนจะกวาดให้หมด ที่นักทุนต่างชาติอย่างนี้ต้องเอาออกนอกประเทศให้หมด เราจะดำเนินทางตรวจสอบทั้งหมดในฝั่งทะเลอันดามัน ใครจะว่าเป็นการเรื่องวัวหายล้อมคอกก็ไม่เป็นไร แต่ตนต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำมันก็จะเกิดอย่างนี้อีก ขอเตือนถึงคนไทยที่ยังรับหน้าเป็นนอมินี ให้เตรียมตัวได้เลย เราจะใช้มาตราการด้านกฎหมายดำเนินการอย่างเด็ดขาด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า เหตุที่เกิดหากพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินคดี รวมกันนอมินี และเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมเตรียมขึ้แบล๊กลิสต์ 12 บริษัททุนต่างชาติที่ให้คนไทยเป็นนอมินี และประสานสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ขึ้นแบล๊กลิสต์เช่นกัน