วิถีชีวิตคนกรุงเทพมหานคร ทุกวันนี้… ปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถไฟฟ้าบีทีเอส” ได้กลายเป็นระบบขนส่งมวลชนหลักที่อำนวยความสะดวก และสามารถนำพาไปให้ถึงจุดหมายปลาย
ทางได้อย่างรวดเร็ว ยืนยันได้จากตัวเลขผู้ใช้บริการที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี
โดยข้อมูลล่าสุดของปี 2560-2561 พบว่ามียอดผู้โดยสารรวมกว่า 220.3 ล้านคน หรือเฉลี่ย 743,027 คนต่อวันทำการ และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกร้อยละ 4-5
แต่กรณีรถไฟฟ้าเกิดเหตุขัดข้องหลายครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน เริ่มทำให้ผู้โดยสารไม่พอใจ และหากนับจากนี้
การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่สำเร็จลุล่วง อาจจะยิ่งทำให้ “ความเชื่อมั่น” ของคนกรุงเทพฯ ที่มีต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสลดลงได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้หรือไม่ ที่ทำให้เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม คณะผู้บริหารบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมากล่าวขอโทษคนกรุงเทพฯ พร้อมชี้แจงอย่างเป็น
ทางการอีกครั้งถึงปัญหาที่รถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องว่า ไม่ได้เกิดจากปัญหาที่ตัวรถ
แต่เกิดจากมีคลื่นแทรกจนอาณัติสัญญาณของรถไฟฟ้าที่เป็นระบบอัตโนมัติขัดข้องและทำให้รถหยุดวิ่ง
ขณะนี้มีการติดตั้งวิทยุรับสัญญาณพร้อมตัวกรองสัญญาณในรถทั้ง 52 ขบวน และอยู่ระหว่างปรับจูนคลื่นใหม่ไปอยู่ในย่าน 2430-2495 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
กว่าระบบจะเสถียร ขณะเดียวกัน ก็ได้แสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในวันที่รถไฟฟ้าขัดข้อง
โดยเฉพาะวันที่ 25-27 มิถุนายน ทั้งให้เพิ่มเที่ยว คืนเงิน และแถมยังออกมาตรการไปถึงขั้นว่า หากในอนาคตรถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดขัดข้องทำให้รถล่าช้ากว่า 30 นาที ในกรณี
ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย มีขั้นตอนแสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ บีทีเอสยังได้เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ กรณีเกิดเหตุขัดข้อง อาทิ การประชาสัมพันธ์บนสถานี ศูนย์ฮอตไลน์ 0 2617 6000 ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น.
ทุกวัน ผ่านทวิตเตอร์ BTS_SkyTrain ผ่านเฟซบุ๊ก BTS.SkyTrain, ผ่านไลน์ btsskytrain และเว็บไซต์ www.bts.co.th
และเตรียมเปิดช่องทางใหม่โดยอยู่ระหว่างจัดทำแอพพลิเคชั่น ‘BTS SkyTrain’ ให้ดาวน์โหลด ซึ่งมีจุดเด่นที่การแจ้งเหตุการณ์รถไฟฟ้าขัดข้อง และการแจ้งความหนาแน่น
ของแต่ละสถานีแบบ Real Time เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบข้อมูลก่อนใช้บริการ พร้อมใช้งานในวันที่ 1 สิงหาคมนี้
แต่กระนั้น ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำให้บีทีเอสสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ เพราะทุกมาตรการแก้ไขปัญหา ยังไม่มี “การันตี” ว่าจะทำให้ระบบรถไฟฟ้าไม่มีปัญหาอีกในอนาคต
ปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอสวิ่งให้บริการในระยะทางรวม 37.9 กิโลเมตร และในปี 2562 จะขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นเป็น 48.9 กิโลเมตร และมีแนวโน้มในอนาคตจะมีการขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นอีก
ก่อนหน้านี้ “พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร” ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศกน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แสดงความเห็นว่า ปัญหาคลื่นรบกวนระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส เนื่องจากเมื่อ 20 ปีก่อน บีทีเอสติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณในช่องคลื่นสาธารณะ ทำให้ขณะนี้จึงถูกคลื่นแทรกได้ง่าย
แม้จะมีการเปลี่ยนย่านความถี่ในอนาคตก็อาจมีปัญหาอีก อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน กสทช.ได้อนุมัติย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ ไว้สำหรับระบบรถไฟความเร็วสูง
ซึ่งยังมีเพียงพอที่ระบบอาณัติสัญญาณของขนส่งทางรางอื่นๆ จะมาใช้ด้วยได้ หากบีทีเอสอยากขอใช้คลื่นเฉพาะต้องให้เจ้าของสัมปทาน คือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยื่นขออนุญาต
ไม่แน่ว่า ในเร็วๆ นี้ บีทีเอส และ กทม.อาจจะต้องหันมาพิจารณาถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร แต่หากได้ข้อยุติว่าจะเดินตามแนวทางนี้ ประเมินว่า “บีทีเอส” จะต้องควักกระเป๋าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทแน่นอน

